“ออสเตรเลีย” เปิดแผนคุม AI เข้ม ตั้งมาตรฐานระดับโลก ห้ามใช้ผลงานฝึกโมเดลโดยไม่ขออนุญาต
"ออสเตรเลีย" เปิดแผนคุม AI เข้ม ตั้งมาตรฐานระดับโลก ครอบคลุมการสร้างศูนย์ข้อมูล ความปลอดภัย และลิขสิทธิ์ พร้อมห้ามบริษัท AI นำผลงานของนักเขียนไปฝึกโมเดลโดยไม่ได้รับอนุญาต
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.58 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า แอนโธนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประกาศว่า รัฐบาลจะผลักดันมาตรฐานการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก โดยตั้งเป้าให้ประเทศเป็นผู้กำหนดทิศทางการใช้ AI แทนที่จะปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นผู้กำหนดอนาคตของสังคม
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่นครซิดนีย์ อัลบานีสเปิดเผยแผนวางกรอบการพัฒนา AI ของประเทศ โดยระบุว่า จะออกกฎเกณฑ์ที่ ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน ควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน รวมถึงการเคารพกฎหมายลิขสิทธิ์
"นี่คือช่วงเวลาที่ออสเตรเลียจะเป็นผู้กำหนดว่า AI ของเราควรมีหน้าตาอย่างไร คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าจะใช้ AI หรือไม่ แต่คือเราจะใช้มันอย่างไร" อัลบานีสกล่าว
มาตรฐานดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงาน AI (Office of AI) ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น โดยกำหนดข้อบังคับสำหรับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) เช่น ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าด้วยตนเอง รวมทั้งต้องสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ระบบไฟฟ้ามีความต้องการสูง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของโครงข่าย และต้องใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมออกกฎหมาย ห้ามบริษัท AI นำผลงานของนักเขียน นักข่าว และศิลปินชาวออสเตรเลียไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของระบบ AI โดยคาดว่าจะเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาในปีหน้า
รัฐบาลออสเตรเลีย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวต่อยอดจากบทบาทของประเทศในการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก หลังจากออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้กฎหมาย ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปีที่ผ่านมา และขณะนี้มีมากกว่าสิบประเทศเดินตามแนวทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นโยบายกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีของออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจ่ายค่าตอบแทนให้สำนักข่าว หรือการออกกฎควบคุม AI ได้รับการคัดค้านจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ รวมถึงรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มกฎระเบียบต่อบริษัทอเมริกัน
อัลบานีส กล่าวว่า ออสเตรเลียสามารถเป็นต้นแบบของโลกในการรับมือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีใหม่ได้ เช่นเดียวกับที่เคยทำกับการกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์
"เราสามารถกำหนดมาตรฐานที่จะเปลี่ยนวิธีที่โลกมองและจัดการกับประเด็นนี้ได้"
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยข้อมูลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Knight Frank ระบุว่า ปี 2567 ประเทศได้รับเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูลสูงถึง 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐที่ 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน สำนักงานสถิติออสเตรเลียเปิดเผยว่า การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาสก่อน และสูงกว่าปีก่อน 14.6% โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนในฮาร์ดแวร์สำหรับ AI เช่น ตู้เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ประมวลผล
ด้านรายงานของรัฐบาลออสเตรเลียที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า แม้ยังไม่พบหลักฐานว่า AI ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดแรงงาน แต่ตำแหน่งงานที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 การจ้างงานในกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงสุดเพิ่มขึ้น 5.6% เทียบกับ 9.5% ในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า
อาชีพที่มีความเสี่ยงจาก AI มากที่สุด ได้แก่ พนักงานธุรการ ผู้จัดการร้านค้าปลีก โปรแกรมเมอร์ นักบัญชี พนักงานต้อนรับ ผู้ดูแลโครงการและสัญญา ผู้จัดการโลจิสติกส์ นักโฆษณาและการตลาด รวมถึงแคชเชียร์
อัลบานีสกล่าวทิ้งท้ายว่า ออสเตรเลียจำเป็นต้องมีบทบาทในห่วงโซ่มูลค่า AI มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ตั้งศูนย์ข้อมูลของบริษัทต่างชาติ พร้อมตั้งเป้าดึงดูดห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำ และใช้ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ AI ของประเทศเอง
"ออสเตรเลียไม่ควรเป็นเพียงคลังเก็บข้อมูลของผลิตภัณฑ์ AI ที่ผลิตจากต่างประเทศ เราต้องสร้างงานคุณภาพและงานที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจของเราในระยะยาว"
อ้างอิง : asia.nikkei.com