แคชเชียร์โรงเบียร์ พูดชัด! หลังมีกระแสข่าวกักตัวลูกค้า ให้จ่ายเงินก่อนออกจากร้าน
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 นายต้อม ถนอมวงศ์ อายุ 32 ปี พนักงานตำแหน่งแคชเชียร์ของร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งทำงานมาประมาณ 1 ปี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งติดต่อขอรับทรัพย์สินส่วนตัวที่ตกค้างอยู่ในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วยกระเป๋า โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณด้านหลังร้าน
นายต้อม เปิดเผยว่า ขณะนั้นภายในร้านมีพนักงานกำลังปฏิบัติงานอยู่ประมาณ 20-30 คน โดยระหว่างที่กำลังทำงานอยู่นั้น ตนได้สังเกตเห็นกลุ่มควันและประกายไฟลุกไหม้ขึ้นบริเวณเพดานช่วงโซนกลางของร้าน ก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็ว ในจังหวะนั้นตนเกิดความตกใจอย่างมาก เมื่อเห็นลูกค้าบางคนได้รับบาดเจ็บประกอบกับได้ยินเสียงพนักงานรุ่นน้องภายในร้านตะโกนเตือนให้รีบหนี ตนจึงตัดสินใจวิ่งหลบหนีออกมาทางประตูด้านหลังซึ่งเป็นฝั่งห้องครัว โดยหลังจากที่ตนวิ่งพ้นตัวอาคารออกมาได้เพียงประมาณ 20 วินาที เปลวไฟก็ทวีความรุนแรงขึ้นและพุ่งออกบริเวณประตูทางด้านหน้าตามภาพที่ปรากฏในข่าว ส่วนเจ้าของร้านนั้นตนคาดว่าในช่วงเกิดเหตุยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่บริเวณโซนกลางของร้าน
สำหรับประเด็นเรื่องระบบความปลอดภัยภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยหรือระบบสปริงเกอร์พ่นน้ำนั้น นายต้อม กล่าวว่า ตนไม่ทราบแน่ชัดว่ามีการติดตั้งหรือระบบทำงานหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและตนอยู่ในอาการตกใจอย่างถึงที่สุด อีกทั้งที่ผ่านมาทางร้านไม่เคยมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าขัดข้องมาก่อน ส่วนเรื่องอุปกรณ์ดับเพลิงนั้น ทางร้านมีการติดตั้งถังดับเพลิงไว้ตามจุดต่างๆ แต่ตนยอมรับว่าตลอดระยะเวลาที่ทำงานมายังไม่เคยมีการทดสอบระบบ หรือจัดซักซ้อมแผนเผชิญเหตุหนีไฟให้แก่พนักงานแต่อย่างใด
ในส่วนของกระแสข่าวที่ระบุว่า ทางร้านมีการกักตัวลูกค้าให้จ่ายเงินก่อนออกจากร้านนั้น นายต้อม ระบุว่าตนไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีที่มาจากแหล่งใดโดยปกติแล้วทางร้านจะเริ่มทำการเคลียร์บิลและจัดเก็บเงินจากลูกค้าในเวลาเที่ยงคืนเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ตนเชื่อว่ากระแสข่าวดังกล่าวน่าจะไม่เป็นความจริง เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นเหตุฉุกเฉินที่ทุกคนต่างต้องเร่งเอาชีวิตรอด
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเรื่องประตูฉุกเฉินบริเวณใกล้กับห้องน้ำที่ติดป้ายไว้ว่าเฉพาะพนักงานนั้น ปกติแล้วประตูดังกล่าวจะเปิดให้ใช้เฉพาะในช่วงเวลาเข้างานของพนักงานเท่านั้น และจะทำการปิดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าเกิดความสับสนเนื่องจากไม่ใช่ประตูทางเข้าออกหลัก อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้สภาพจิตใจของตนยังคงอยู่ในภาวะตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวได้ทัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม