โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผรายชื่อ 10 อันดับจังหวัดยากจนที่สุดในประเทศไทย

TNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิด 10 จังหวัดคนจนที่สุดในไทย "แม่ฮ่องสอน" ครองอันดับ 1 สศช. ชี้คนจนเพิ่มแตะ 3.43 ล้านคน

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ปี 2567 พบจำนวนประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยังคงเป็นโจทย์สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในหลายจังหวัดที่เผชิญกับความยากจนต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

เปิดโผรายชื่อ 10 อันดับจังหวัดยากจนที่สุดในประเทศไทย

รายงานระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนคิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ หรือราว 3.43 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 3.41%

ปัจจัยหนึ่งมาจากการปรับเกณฑ์เส้นความยากจน จากเดิม 3,043 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อสะท้อนต้นทุนการครองชีพขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีสัดส่วนประชากรยากจนสูงที่สุดของประเทศ ได้แก่

  • แม่ฮ่องสอน 25.69%
  • ยะลา 25.41%
  • ปัตตานี 25.39%
  • นราธิวาส 21.07%
  • อุบลราชธานี 20.34%
  • สระแก้ว 16.00%
  • พัทลุง 15.74%
  • ศรีสะเกษ 14.08%
  • เชียงราย 13.69%
  • ตาก 13.37%

สศช. ระบุว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และตาก ยังคงติดอันดับพื้นที่ที่มีสัดส่วนคนจนสูงของประเทศอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความยากจนในพื้นที่เหล่านี้ยังคงฝังรากลึกและต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ แม่ฮ่องสอนและปัตตานีถือเป็นสองจังหวัดที่เผชิญปัญหาความยากจนเรื้อรังมายาวนานกว่า 15 ปี

เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคใต้มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดที่ 9.43% รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6.56% และภาคเหนือ 5.75%

ในทางกลับกัน กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่มีมูลค่าสูงยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภาคบริการสมัยใหม่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเงิน การแพทย์ การสื่อสาร รวมถึงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

รายงานยังชี้ให้เห็นข้อจำกัดของมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือที่ยังไม่ตอบโจทย์ครัวเรือนเปราะบาง การกำหนดนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การขาดระบบติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรที่ยังเน้นการบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า มากกว่าการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

สศช. มองว่า การลดปัญหาความยากจนในระยะยาวจำเป็นต้องออกแบบนโยบายให้สอดคล้องกับศักยภาพและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ พร้อมมุ่งสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและความมั่นคงทางรายได้ มากกว่าการพึ่งพามาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...