โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กระบะชนดับ 3 ศพ คดีอืด-แม่ร้องหวั่นพลิก ทำหลาน 4 เดือนกำพร้า

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(14 มิ.ย. 69) จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายละหานทราย - บ้านกรวด หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เมื่อนายวุฒิพงศ์ อายุ 41 ปี และ น.ส.กาญจนา อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา ก่อนถูกรถกระบะที่ขับโดย นายประเสริฐ อายุ 60 ปี ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเดินทางกลับมาจากงานเลี้ยงฉลอง พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรงและลากร่างไปไกล ก่อนพุ่งอัดเข้ากับท้ายรถบรรทุกพ่วงที่จอดอยู่ด้านหน้า ส่งผลให้นายประเสริฐผู้ขับขี่รถกระบะ และสองสามีภรรยาเสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุ รวมมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 3 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กชายเอ (นามสมมติ) ลูกชายวัยเพียง 4 เดือน ของนายวุฒิพงศ์ และ น.ส.กาญจนา ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมกันในคราวเดียว

ล่าสุด นางเจือม อายุ 58 ปี อซึ่งเป็นมารดาของ น.ส.กาญจนา ผู้เสียชีวิต ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม โดยมีการจุดธูปร่ำไห้ต่อหน้ารูปถ่ายของลูกสาว เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าทางคดี ซึ่งทางครอบครัวระบุว่าบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายเงินเยียวยา โดยอ้างข้อมูลว่าฝั่งรถจักรยานยนต์เป็นฝ่ายผิด ทั้งที่ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่าสองสามีภรรยาขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในเลนของตนเองตามปกติ ก่อนจะถูกรถกระบะของผู้ใหญ่บ้านขับมาชนจากด้านท้าย

นางเจือม ระบุว่า ตนเองได้เปิดดูคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหลายรอบ และยังคงยืนยันตามภาพที่ปรากฏว่าลูกเขยและลูกสาวขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในเลนของตนเอง ซึ่งในวันเกิดเหตุทั้งสองคนกำลังขี่รถซ้อนท้ายออกไปซื้อเนื้อหมูเพื่อนำมาทำอาหารรับประทานฉลองวันเกิดร่วมกันในครอบครัว แต่กลับมาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทิ้งบาดแผลทางใจและความสูญเสียครั้งใหญ่ไว้ให้กับครอบครัว โดยเฉพาะลูกชายวัยเพียง 4 เดือนที่ต้องขาดเสาหลักของชีวิตไปตั้งแต่อายุยังน้อย

ในปัจจุบัน นางเจือมต้องรับหน้าที่แบกรับภาระเลี้ยงดูหลานชายตามลำพัง ขณะที่ทางฝั่งของคู่กรณีซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกันยังคงเงียบหาย และไม่มีการเข้ามาพูดคุยเรื่องการเยียวยาความสูญเสียแต่อย่างใด ทางครอบครัวจึงอยากวอนขอให้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเข้ามาช่วยเหลือดูแลในด้านคดีความ เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...