“ดร.เอกนิติ” ชี้สงครามจ่อยุติ แต่โลกผันผวน-น้ำมันยังแพง เดินหน้าแผนพลังงานต่อ
ดร.เอกนิติ เผย คลังเตรียมทบทวน GDP ไทยใหม่ ชี้แม้สงครามตะวันออกกลางมีสัญญาณสงบแต่ไม่ควรประมาท โลกยังมีความผันผวนสูง พร้อมเดินหน้าแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานตาม พ.ร.ก. กู้เงินอีก 2 แสนล้านบาท เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังไม่เข้าครม. 16 มิ.ย. นี้
15 มิ.ย. 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงสันติภาพ และเตรียมจะลงนามในวันที่ 19 มิ.ย. 2569 นั้น หากสงครามยุติถือเป็นสัญญาณที่ดีทั้งเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย อย่างน้อยเมื่อสงครามสงบก็จะเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู เชื่อว่าราคาพลังงานจะลดลงและคงจะไม่กลับไปเท่าเดิม
นอกจากนี้ ยังช่วยการลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก เพราะวิกฤตเริ่มจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นก่อนช่วงสงครามเยอะมาก เพราะฉะนั้นช่วงนี้ราคาคงปรับลดลงมาบ้าง แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป คือ วิกฤตต้นทุนที่ส่งผลต่อราคาสินค้า ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยพลัส มีจุดประสงค์เพื่อการลดต้นทุน โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งผู้ประกอบการสะท้อนว่าช่วยทำให้ยอดขายดีขึ้น
“วิกฤตทรัมป์ ถ้ามันจบลง ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกดีขึ้น GDP โลกน่าจะดีขึ้น น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามผลกระทบที่อาจจะเกิดกับรายย่อย หลังจากเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งช่วยลดผลกระทบดังกล่าว ซึ่งคาดหวังว่าโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ในระยะ 4 เดือนนี้ จะสามารถช่วยลดต้นทุน และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้”
ส่วนจะต้องประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยใหม่หรือไม่ หลังสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านดีขึ้น ดร. เอกนิติ กล่าวว่า ต้องมาทบทวนใหม่ แต่ก็ไม่อยากให้ดีใจหรือตกใจในบางเหตุการณ์ เพราะโลกมีความผันผวนตลอดเวลา วันนี้สงบ แต่วันหนึ่งอาจจะกลับมาอีกก็ได้ ต้องระมัดระวังและเตรียมพร้อมเสมอ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมช่วยเหลือรายย่อย
ส่วนการใช้เงินงบประมาณเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง จากพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) 4 แสนล้านบาท ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ หากราคาน้ำมันโลกลดลงนั้น ดร. เอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตพลังงานที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบทั้งโลก ซึ่งต่อให้สงครามยุติลง แต่แหล่งผลิตน้ำมันถูกทำลายไปมาก ดังนั้น การจะให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง คงเป็นไปได้ยาก
“มาตรการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ยังมีความจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เพราะประเทศไทยต้องพึ่งพาน้ำมัน และนำเข้าน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศสูงมากเราต้องอยู่ในโลกของน้ำมันแพงอย่างน้อย 1-2 ปี หากเราไม่ปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ และเมื่อสงครามกลับมากระทบกับราคาพลังงานอีกครั้ง เราจะแบกรับสถานการณ์ไม่ไหว เราต้องช่วยคนให้เปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยการติดแผงโซลาร์มากขึ้น”
โดยขณะนี้ กระทรวงต่าง ๆ ได้มีการหารือกับปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการแล้ว ซึ่งเตรียมเสนอโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยยืนยันว่าเราต้องการช่วยทั้งประชาชน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย. 2569) จะยังไม่มีการพิจารณาเรื่องการทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีการใช้สิทธิพ่อแม่มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลตัวเลข จึงจะยังไม่เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.