GULF ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเวที Earth Jump ดันไทยสู่ฮับ Data Center และ AI ระดับภูมิภาค
GULF ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเวที Earth Jump ดันไทยสู่ฮับ Data Center และ AI ระดับภูมิภาค
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนาหัวข้อ “ความยั่งยืน License to Operate AI & Data Center” ภายในงาน Earth Jump 2026 โดยมี นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ ร่วมแบ่งปันมุมมองกับผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานชั้นนำ ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ถึงทิศทางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางข้อมูลระดับภูมิภาค ทั้งนี้ GULF ได้เน้นย้ำกลยุทธ์พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน รองรับความต้องการประมวลผลขนาดใหญ่ของกลุ่ม Cloud, Hyperscale และ AI ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการผลักดันนโยบายอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงของประเทศในเวทีโลกอย่างแท้จริง
“โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” รากฐานเศรษฐกิจใหม่
นายสมิทธ์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงธุรกิจที่เข้ามาใช้ทรัพยากรภายในประเทศ แต่จัดเป็น "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล" ที่สำคัญ เปรียบเสมือนเครือข่ายคมนาคมขนส่งที่เป็นรากฐานในการต่อยอดธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างและการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรพลังงานไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก GULF จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการออกแบบและการบริหารจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโครงการ ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทฯ มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE – Power Usage Effectiveness) ในระดับดีเยี่ยม เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Cloud, Hyperscale และ AI ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความเสถียร และความยั่งยืน
เปลี่ยน “การเริ่มต้นช้า” เป็น Late-Mover Advantage ด้วยเทคโนโลยี
ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ไปก่อนล่วงหน้า GULF มองว่าประเทศไทยได้รับข้อได้เปรียบในฐานะผู้ที่เริ่มต้นพัฒนาในภายหลัง (Late-Mover Advantage) เนื่องจากสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเพื่อรองรับนวัตกรรมแห่งอนาคตได้ทันที
ทั้งนี้ โครงการ GSA Data Center ของกลุ่มกัลฟ์ ได้รับการออกแบบให้เป็น AI-Ready Infrastructure ที่สามารถรองรับการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing) สำหรับลูกค้าระดับ Hyperscale และ AI, Cloud Providers โดยเน้นระบบจ่ายไฟฟ้าความหนาแน่นสูง (High-Density Power Distribution) และการออกแบบแบบ Modular ที่สามารถปรับขยายตามการใช้งานจริง รวมถึงการติดตั้งระบบระบายความร้อนขั้นสูงด้วยของเหลว (Liquid-Cooling) ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นเก่าในต่างประเทศอาจไม่สามารถรองรับระบบเหล่านี้ได้ เทคโนโลยีใหม่นี้นอกจากจะเพิ่มความเร็วในการประมวลผลแล้ว ยังช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการประมวลผล (Token) และลดต้นทุนค่าไฟในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้านการประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูงเข้ามายังประเทศไทย
เสนอภาครัฐขับเคลื่อนนโยบาย “อธิปไตยทางข้อมูล” (Data Sovereignty)
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ GULF นำเสนอในเวทีเสวนาคือ ความมั่นคงและภัยคุกคามทางข้อมูลในอนาคตอันใกล้ ซึ่ง AI จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้น การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลสำคัญของชาติรวมถึงสมองกล AI ไว้ในต่างประเทศ ถือเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ หากเกิดเหตุขัดข้องทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม หรือปัญหาโครงข่ายการสื่อสารระหว่างประเทศ เช่น สายเคเบิลใต้น้ำชำรุด
GULF จึงเสนอแนะให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณากำหนดนโยบายและสัดส่วนการควบคุมข้อมูลท้องถิ่น (Local Content) โดยศึกษาตัวอย่างจากประเทศสิงคโปร์และเกาหลีใต้ ที่มีกฎหมายข้อบังคับให้ข้อมูลสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะข้อมูลหน่วยงานราชการ ต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีข้อบังคับเฉพาะในส่วนของข้อมูลด้านความมั่นคงและกลาโหมเป็นหลัก การขยายขอบเขตนโยบายการรักษาอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) จะเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
GULF มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์เทคโนโลยีอนาคต โครงการ GSA Data Center 01 (GSA01) ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง GULF, AIS และ Singtel มีกำลังการผลิตขนาด 25.6 เมกะวัตต์ ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน Tier 3+ ปัจจุบันกลุ่มบริษัทกัลฟ์ อยู่ระหว่างการวางแผนและพัฒนาโครงการ GSA Data Center 02 (GSA02) และ GSA Data Center 03 (GSA03) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในระยะยาว นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว GULF ยังมีความเป้าหมายในการขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่บริการมูลค่าเพิ่ม (Value-added Services) เช่น บริการคลาวด์ (Cloud) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อดึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบริการและเทคโนโลยีเหล่านี้ให้มาตั้งและพัฒนาขึ้นภายในประเทศไทย