โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันแข่งเดือด งัด 'นวัตกรรม' สร้างดีมานด์ใหม่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงโควิด-19 กำลังก้าวสู่การแข่งขันรอบใหม่ จากเดิมที่ผู้บริโภคมองหาอุปกรณ์ทำอาหารเพื่อสุขภาพ สู่การมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การทำอาหารได้หลากหลายและใกล้เคียงการปรุงแบบมืออาชีพมากขึ้น ล่าสุด Philips เปิดตัว “AirFryer SteamFry” ผสานเทคโนโลยีไอน้ำและลมร้อน พร้อมจับมือ Wongnai สร้างระบบนิเวศด้านอาหารครบวงจร หวังขยายฐานผู้ใช้งานและผลักดันยอดขายกลุ่มเครื่องครัวเติบโต 15% ภายในปี 2569

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับอานิสงส์สูงสุดจากพฤติกรรม “อยู่บ้านมากขึ้น” ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อผู้บริโภคหันมาทำอาหารรับประทานเอง และมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยลดเวลาในการประกอบอาหาร รวมถึงตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพ

ข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยตลาดระบุว่า ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้จะผ่านช่วงบูมสูงสุดไปแล้ว โดยมูลค่าตลาดโลกในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 9,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยเกือบ 9% ต่อปีในช่วงหลายปีข้างหน้า ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 46% ของตลาดโลก

สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมต่างมองตรงกันว่าหม้อทอดไร้น้ำมันได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำครัวเรือนไปแล้ว หลังจากยอดขายขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2563-2565 และยังคงเติบโตจากความต้องการสินค้าในกลุ่มดิจิทัลและมัลติฟังก์ชันที่สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท

จาก “หม้อทอด” สู่ “ผู้ช่วยทำอาหาร”

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้ผลิตจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้ก้าวข้ามบทบาทเดิมของการเป็นเพียงอุปกรณ์ทอดอาหารแบบใช้น้ำมันน้อย นายวุฒิชัย รัตนสุมาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เวอร์ซูนี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Philips อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า แม้ Philips จะเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้นำตลาดหม้อทอดไร้น้ำมัน แต่ทิศทางตลาดในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านฟังก์ชันพื้นฐาน ไปสู่การสร้างประสบการณ์การทำอาหารที่ครบวงจรมากขึ้น

บริษัทจึงเปิดตัว Philips AirFryer SteamFry ภายใต้แนวคิด “Beyond Airfrying. Real Cooking.” ซึ่งมุ่งยกระดับอุปกรณ์ให้เป็นโซลูชันการทำอาหารในบ้าน รองรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก แต่ยังคงให้ความสำคัญกับรสชาติและคุณภาพอาหาร

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ SteamFry Technology ซึ่งผสานการทำงานระหว่างระบบไอน้ำอัตโนมัติและเทคโนโลยีลมร้อน RapidAir Plus เพื่อแก้ปัญหาอาหารแห้งกระด้างซึ่งเป็นข้อจำกัดของหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดั้งเดิม แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลกที่กำลังพัฒนาจากหม้อทอดระบบเดี่ยวไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบ Multi-Cooking Appliance ที่รวมความสามารถในการอบ ย่าง นึ่ง และปรุงอาหารหลายรูปแบบไว้ในเครื่องเดียว เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานและตอบโจทย์พื้นที่ครัวที่มีจำกัด

ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการมากกว่าความกรอบ

หากย้อนกลับไปในช่วงแรกของกระแส Air Fryer จุดขายสำคัญคือการทอดอาหารโดยใช้น้ำมันน้อยลง ช่วยลดปริมาณไขมันและตอบรับเทรนด์สุขภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหาร ความหลากหลายของเมนู ความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและคอนเทนต์การทำอาหารมากขึ้น

ผู้ผลิตจึงแข่งขันกันเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ เช่น ระบบปรุงอาหารอัตโนมัติ โปรแกรมอัจฉริยะ เซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ไปจนถึงเทคโนโลยีไอน้ำ เพื่อให้สามารถทำเมนูที่ซับซ้อนขึ้นได้ Philips มองว่าอาหารไทยจำนวนมากต้องอาศัยการควบคุมความชุ่มฉ่ำของวัตถุดิบ ซึ่งเป็นจุดที่หม้อทอดไร้น้ำมันทั่วไปยังทำได้ไม่สมบูรณ์ จึงนำเทคโนโลยีไอน้ำเข้ามาช่วยรักษาความชุ่มชื้นของอาหาร พร้อมคงความกรอบของพื้นผิวภายนอก

จับมือ Wongnai สร้าง Food Ecosystem

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว Philips ยังเลือกใช้กลยุทธ์สร้างระบบนิเวศด้านอาหาร (Food Ecosystem) ผ่านความร่วมมือกับ Wongnai นางสาวญาดา แสงธนนิรมิต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องครัว กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเชื่อมโยงเทคโนโลยีการทำอาหารเข้ากับคอนเทนต์ สูตรอาหาร และประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือแพลตฟอร์ม HomeID Application ซึ่งรวบรวมสูตรอาหารมากกว่า 1,000 เมนู พร้อมคำแนะนำแบบ Step-by-Step รวมถึงสูตรอาหารที่พัฒนาโดยเชฟฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย คอนเทนต์ครีเอเตอร์จาก LINE MAN Wongnai เพื่อรองรับการใช้งาน SteamFry โดยเฉพาะ

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงตัวผลิตภัณฑ์อีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การสร้าง Ecosystem ผ่านแอปพลิเคชัน คอนเทนต์ และชุมชนผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

เดินเกมดิจิทัล เจาะผู้บริโภครุ่นใหม่

ควบคู่กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ Philips ยังเดินหน้าทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเปิดตัวแคมเปญ “Philips AirFryer รสมือแม่ Challenge” บน TikTok ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่านการแชร์เมนูอาหารในความทรงจำ

การใช้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นสะท้อนทิศทางการสื่อสารการตลาดของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่ ที่หันมาใช้คอนเทนต์และ User Generated Content เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ แทนการพึ่งพาโฆษณาแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ Philips ตั้งเป้าผลักดันยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องครัวเติบโตไม่น้อยกว่า 15% ภายในปี 2569 จากแรงหนุนของสินค้าใหม่และการขยายฐานผู้ใช้งานในตลาดครัวอัจฉริยะ

ตลาดยังโต แต่การแข่งขันเข้มข้นขึ้น

แม้กระแส Air Fryer จะไม่ได้ร้อนแรงเหมือนช่วงโควิด แต่หลายสำนักวิจัยยังมองว่าตลาดยังอยู่ในช่วงขยายตัว จากปัจจัยด้านสุขภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการขายหม้อทอดไร้น้ำมัน แต่คือการสร้างคุณค่าเพิ่มเติมผ่านนวัตกรรมและระบบนิเวศการทำอาหารที่ครบวงจร เพื่อให้ผู้บริโภคมองอุปกรณ์เหล่านี้เป็น “ผู้ช่วยทำอาหาร” มากกว่าการเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอีกต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...