โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กฟผ. ปักธง Ecosystem Connector ดันไฟสีเขียวดึงทุน Data Center

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยในงานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2026 “Energy Transition : เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” หัวข้ออนาคตพลังงานไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน จัดโดยฐานเศรษฐกิจถึงทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. ในการดูแลความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศว่า ความมั่นคงด้านพลังงานในยุคใหม่ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีไฟฟ้าเพียงพอใช้อีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมทั้งความต่อเนื่อง เสถียรภาพของระบบ และราคาที่แข่งขันได้ในตลาดโลก

ปัจจุบัน กฟผ. ได้ปรับบทบาทสู่การเป็น Ecosystem Connector คือการยกระดับจากการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่การเป็นผู้สร้างมาตรฐานใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดย กฟผ. พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งและมั่นคงของประชาชนผ่านการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนธุรกิจเข้าด้วยกันในระบบนิเวศพลังงานที่สะอาดและยั่งยืนเพื่อเป็นรากฐานสำคัญให้เศรษฐกิจไทยในอนาคต

นายนรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบไฟฟ้าไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ทั้งในแง่การออกแบบโรงไฟฟ้าที่ต้องพิจารณาปัจจัยมากขึ้นกว่าเดิม และการบริหารจัดการแผนการเดินเครื่องที่ต้องเปลี่ยนจากระบบคงที่ไปสู่ระบบไดนามิกแบบเรียลไทม์ เนื่องจากพลังงานทดแทนมีความผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสถียรของระบบกลายเป็นเงื่อนไขที่ยอมประนีประนอมไม่ได้

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) งานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2026

ทั้งนี้เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานทดแทน กฟผ. ได้พัฒนาศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน หรือ Renewable Energy Forecast Center ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากดาวเทียมและสภาพอากาศเข้ากับข้อมูลการผลิตไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์กำลังผลิต

ระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถเตรียมโรงไฟฟ้าสำรองได้ล่วงหน้า ในกรณีที่พลังงานทดแทนผลิตได้ต่ำกว่าแผนที่วางไว้ ควบคู่กับการพัฒนา Disturbance Analysis Center เพื่อติดตามและบริหารจัดการเหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้ไฟฟ้าตกหรือไฟดับ

นายนรินทร์ กล่าวถึงแผนการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยว่า ปัจจุบัน กฟผ. มีระบบ Pumped Storage อยู่แล้วในหลายพื้นที่ ทั้งที่โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ รวมถึงที่เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนภูมิพลรวมกันอีกกว่า 1,000 เมกะวัตต์ และมีแผนขยายเพิ่มเติมครอบคลุมภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งแบตเตอรี่และอุปกรณ์ใหม่เพื่อรองรับความผันผวนและเสริมความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าโดยรวม

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) งานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2026

ขณะที่การรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ EEC หรือภาคตะวันออก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ กฟผ. ได้เร่งพัฒนาโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้าทั้งเพื่อรับซื้อพลังงานทดแทนในประเทศ และเชื่อมโยงรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว โดยในบางส่วนของโครงการสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ ส่งผลให้สามารถจ่ายไฟเพิ่มให้กับพื้นที่ EEC ได้แล้วประมาณ 550 เมกะวัตต์

ส่วนในมิติของการเปิดเสรีพลังงานสีเขียว กฟผ. ได้พัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานทดแทนเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า รองรับทั้งอัตราค่าไฟฟ้าพลังงานสีเขียวแบบ UGT1 ที่ไม่เจาะจงแหล่งที่มา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 และ UGT2 แบบระบุแหล่งที่มาชัดเจนซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าที่ต้องการพลังงานสะอาดแท้จริง

"ความมั่นคงพลังงานยุคใหม่ มันไม่ใช่เรื่องแค่ไฟฟ้า แต่มันเป็นการส่งมอบพลังงานสีเขียวที่มีเสถียรภาพ ต้นทุนแข่งขันได้ เพื่อเป็นรากฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ในการดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาสร้างรายได้ให้กับประเทศ" นายนรินทร์ กล่าว

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) งานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2026

ผู้ว่าการ กฟผ. ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนมุมมองต่อพลังงานทดแทนว่า จากที่เคยถูกมองเป็นเพียงภาระด้านต้นทุนหรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ปัจจุบันพลังงานสีเขียวกำลังกลายเป็นแต้มต่อ ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ทั้งในบริบทของ RE100, Net Zero, และมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ที่ทำให้ต้นทุนคาร์บอนในสินค้าส่งออกกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับภาคธุรกิจไทย ประเทศที่มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงและสะอาดจะมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนด้าน Digital Economy ได้มากกว่า

ขณะเดียวกัน กฟผ. ยังวางแผนนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ทั้งในการวางแผนพลังงานและการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า พร้อมพัฒนาระบบ Smart Data เพื่อบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้าผ่านกลไก Demand Response ซึ่งในอดีตถูกใช้เพื่อลดความต้องการไฟฟ้าช่วงพีค แต่ในอนาคตจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ควบคู่กับการบริหาร Virtual Power Plant ที่รวมแหล่งผลิตไฟฟ้าหลากหลายประเภทเข้าไว้ในระบบเดียวกัน

"เราต้องสร้างความพร้อมให้กับประเทศ สามารถรองรับการลงทุนด้าน AI data center และก้าวไปเป็นผู้บริหารพื้นที่พลังงานสะอาด มีระบบโครงข่ายอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบนิเวศเชิงเศรษฐกิจที่จะพร้อมไปส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ" นายนรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) งานสัมมนา ROAD TO NET ZERO 2026
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...