‘ปกรณ์’ เผย เช็กจุดบกพร่อง โกงสอบ ขรก. ใครรับผิดชอบขั้นตอนไหน จ่อชงนายกฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569 โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเลขาธิการสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายปกรณ์ แถลงผลการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้มาสรุปรายงานความคืบหน้าของการรวบรวมข้อมูล และการกำหนดแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งการประชุมวันนี้มีการรับทราบกรอบแนวทาง และข้อมูลเบื้องต้นที่คณะทำงานได้ดำเนินการมา แต่จะไม่ขอลงลึกในรายละเอียด เพราะจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการในอนาคต
นายปกรณ์ กล่าวว่า หน้าที่หลักของคณะกรรมการชุดนี้ จะดูว่ากระบวนการทั้งหมดมีข้อบกพร่องจุดไหนบ้าง มีใครที่รับผิดชอบในขั้นตอนไหนบ้าง เราจะไม่ลงลึกไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ใครที่รับผิดชอบอยู่ในแต่ละกระบวนการ ซึ่งเราจะระบุแค่นั้น ส่วนเรื่องของการลงโทษ หรือการดำเนินคดีอาญา เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องดำเนินการต่อไป เราจะไม่ระบุว่าคนๆนั้นเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่จะไปดูเรื่องกระบวนการว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของไอทีริส (ITRIS) อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้น ซึ่งเราเห็นข้อมูลที่น่าตกใจหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยเปิดเผยไปแล้ว ผลอันหนึ่งไม่ตรงกับอีกอันหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ตนคิดว่าคนเหล่านี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามารับราชการไม่ว่าตำแหน่งใดๆ เพราะหากตั้งใจที่จะเข้ามาโกงตั้งแต่แรก ประเทศนี้คงไปต่อไม่ได้ ดังนั้น คณะกรรมการทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันด้วยความสลดหดหู่ว่า มันแย่จริงๆ
นายปกรณ์ กล่าวว่า ผลการหารือในวันนี้จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะต้องรายงานทุก 10 วัน เหตุผลที่ไม่รายงานต่อสื่อมวลชน เพราะเดี๋ยวจะมีประเด็นเรื่องที่เราต้องทำต่อ ข้อมูลอาจจะรั่วไหลได้ แต่ขอย้ำว่า เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย บริษัทเอกชน ผู้เกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัย ซึ่งทุกคนมุ่งหวังที่จะล้างบางซักที ให้มันจบๆ ไปในเรื่องนี้