โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ประกาศเป็นศูนย์กลางกำหนดวาระเศรษฐกิจโลก โชว์ศักยภาพฮับการลงทุนของเอเชีย

The Momentum

อัพเดต 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ซึ่งถือเป็นเวทีด้านเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก และได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘โอลิมปิกทางการเงิน’

โดยการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของประเทศไทย หลังจากเคยจัดการประชุมดังกล่าวมาแล้วเมื่อปี 2534 ทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศของโลกที่ได้รับโอกาสจัดการประชุมระดับนี้ถึง 2 ครั้ง และเปิดโอกาสในการนำเสนอศักยภาพของประเทศสู่สายตาประชาคมโลก

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการลงทุน การค้า การท่องเที่ยว การสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ ตลอดจนการผลักดันแนวคิดและนโยบายที่ประเทศไทยต้องการนำเสนอแก่ประชาคมโลก

ประเทศไทยกำหนดแนวคิดหลักของการประชุมภายใต้ชื่อ ‘ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง’ หรือ ‘Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience’ ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

“การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะมีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับหน้าที่นี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยจัดการประชุมมาแล้วเมื่อปี 2534 ซึ่งในครั้งนั้น ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมดังกล่าวโดยเฉพาะ การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความพร้อมในการจัดงานระดับโลก และศักยภาพของคนไทย”

เอกนิติระบุว่า ไทยตั้งเป้าหมายใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่ร่วมกำหนดวาระเศรษฐกิจโลก (Global Agenda) โดยจะผลักดัน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ โดยไทยเตรียมนำเสนอความสำเร็จด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ เช่น ระบบพร้อมเพย์ และการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-Border QR) รวมถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐและสาธารณสุข

ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องการสะท้อนบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น โดยมองว่าประเทศขนาดกลางสามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศได้ ผ่านการผลักดันไทยเป็น Trusted Hub ด้านการค้า การเงิน และการลงทุนของเอเชีย

นอกจากนี้ ไทยจะนำเสนอศักยภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจรองรับสังคมสูงวัย (Wellness Economy) ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรไทย อาหารเพื่อสุขภาพ มวยไทย การทำสมาธิ และบริการด้านสุขภาพ โดยมุ่งเปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมความพร้อมด้านการเงินรองรับสังคมผู้สูงอายุ รวมไปถึงการผลักดันการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ

นอกจากเนื้อหาการประชุม ไทยยังเตรียมใช้เวทีดังกล่าวนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยคัดเลือกผ้าทอพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลายอัตลักษณ์ มาประดับตกแต่งพื้นที่ประชุม พร้อมนำเสนอสินค้า GI และอาหารไทยคุณภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิไทยแท้ 100% สมุนไพร และวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้แทนจากทั่วโลกได้สัมผัสอัตลักษณ์ไทย

รัฐบาลยังเดินหน้าสื่อสารให้การประชุมครั้งนี้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านแคมเปญ Road to Thailand เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ชุมชน ผู้ประกอบการ SMEs และภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นจากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ เอกนิติยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความพร้อม 100% โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสารัตถะ ด้านพิธีการและอำนวยการ และด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลการจัดงานให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการงานอย่างไร้รอยต่อ พร้อมได้รับการตรวจประเมินขั้นสุดท้ายจากคณะผู้แทนจาก The International Monetary Fund และ The World Bank Group

“ประเทศไทยต้องการใช้เวทีนี้ร่วมผลักดันวาระสำคัญของโลกผ่านแนวคิดหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างศักยภาพของประชาชน เพื่อให้ทุกคนปรับตัวและรับมือโลกยุคใหม่ได้ รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ประเทศและประชาชนพร้อมเผชิญความท้าทายในอนาคต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้”

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพ ประเทศไทยยังเตรียมผลักดัน Bangkok Blueprint ให้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ (Key Deliverables) ของการประชุมครั้งนี้ โดยเป็นกรอบนโยบายสำหรับรับมือภัยทางการเงินดิจิทัลที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกประเทศ โดย Bangkok Blueprint จะมี 12 ประเด็นสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานด้านนโยบายและกฎหมาย การป้องกันและตรวจจับการทุจริต การฟื้นฟูระบบเมื่อเกิดเหตุ การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและระหว่างประเทศ ตลอดจนการยกระดับความรู้และภูมิคุ้มกันของประชาชน

“Bangkok Blueprint จะเป็นเหมือน Reference ของทั่วโลกว่า หากประเทศใดต้องการรับมือภัยการเงินดิจิทัล ควรดำเนินการอย่างไร โดยนอกจากหลักการแล้ว ยังมีงานวิจัยและกรณีศึกษาของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จประกอบอยู่ด้วย”

พร้อมกันนี้ วิทัยเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจาก 191 ประเทศ พร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาลและ ธปท.จัดขึ้นตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการประกวดคลิปวิดีโอ การแข่งขันด้านวิชาการ การประชุมสัมมนา เวิร์กช็อป และกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ ประกอบด้วยผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากทั่วโลก เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...