โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ต้นทุนน้ำมันจ่อ 'แพงขึ้น 16 ดอลลาร์' ถ้าทรัมป์ตั้งด่านเก็บฮอร์มุซ 20%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันโลก พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศ “ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลอีกครั้ง” พร้อมสั่งเก็บ “ค่าธรรมเนียม 20%” จากสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าสหรัฐจะทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ” และค่าธรรมเนียมดังกล่าว คือค่าตอบแทนสำหรับการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือ

มาตรการดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนการขนส่งน้ำมันอย่างมาก โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า “จะเพิ่มต้นทุนราว 16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล” เมื่อคำนวณจากราคาน้ำมันในปัจจุบัน หรือคิดเป็นประมาณ 32 ล้านดอลลาร์ต่อเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) หนึ่งลำ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าราคาพลังงานจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และอาจกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก

รายงาน Citigroup เตือนว่า หากสหรัฐเดินหน้าเก็บค่าธรรมเนียมจริง ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งทางทหารลุกลามจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีโอกาสที่อิหร่านจะถอนตัวจากข้อตกลงชั่วคราวกับสหรัฐ ซึ่งจะยิ่งหนุนราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูงต่อไป

ตลาดการเงินตอบสนองทันที โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ 4.61% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8% และ Nasdaq ลดลง 1.6% ท่ามกลางความกังวลว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะกระทบเศรษฐกิจ

อิหร่าน ตอบโต้ว่า จะไม่ยอมให้สหรัฐเข้ามาแทรกแซงการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐดำเนินการนอกเส้นทางที่อิหร่านกำหนด

ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า แม้การเรียกเก็บค่าตอบแทนสำหรับการดูแลความปลอดภัยจะเป็นแนวคิดที่เข้าใจได้ แต่ค่าธรรมเนียม 20% ที่ทรัมป์เสนอนั้น ถือว่า “แพงเกินไป” พร้อมย้ำว่า “อิหร่านคือผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป”

ขณะเดียวกัน องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization:IMO) ประกาศคัดค้านทรัมป์ โดยระบุว่า ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่อนุญาตให้เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้สิทธิเดินเรือผ่านช่องแคบ พร้อมย้ำว่า “คัดค้าน” การเก็บค่าธรรมเนียมลักษณะนี้มาโดยตลอด

โฆษกของ IMO กล่าวว่า “เรามีจุดยืนที่ชัดเจนและสม่ำเสมอมาโดยตลอดในเรื่องค่าธรรมเนียม โดย IMO ‘คัดค้านอย่างหนักแน่น’ ต่อการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการผ่านช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศ”

พร้อมย้ำว่า “ไม่มีฐานทางกฎหมายใดที่จะกำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือ เพียงเพราะใช้สิทธิเดินเรือผ่านช่องแคบ”

ขณะเดียวกัน ด้านเจมส์ คราสกา ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเลระหว่างประเทศจากวิทยาลัย U.S. Naval War College กล่าวว่า การเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ” โดยประชาคมโลกมีสิทธิที่จะเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้โดยไม่ถูกขัดขวาง

คราสกาอธิบายเพิ่มเติมว่า ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยองค์การการเดินเรือระหว่างประเทศ(IMO Convention) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (International Convention for the Safety of Life at Sea: SOLAS) อิหร่าน “ไม่มีสิทธิ” เปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซฝ่ายเดียว และมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติตาม Traffic Separation Scheme (TSS) หรือระบบแบ่งช่องทางเดินเรือ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือมาตรฐานที่ใช้กันมาโดยตลอด ตามพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศดังกล่าว

ในปัจจุบัน สถานการณ์ในฮอร์มุซยังคงตึงเครียด หลังสหรัฐโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ได้ตอบโต้ฐานทัพสหรัฐหลายแห่งในภูมิภาค ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก โดยเรือจำนวนมากชะลอการเดินทางหรือหันหัวกลับแทน ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย
อ้างอิง: ft, cnbc

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...