โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอฟเอ ลงโทษแบน เบนตานกูร์ 7 นัดกรณีใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ ซน ฮึง-มิน

Khaosod

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 11.22 น.

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) สั่งแบน โรดรีโก เบนตานกูร์ กองกลาง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เป็นจำนวนถึง 7 นัด และปรับอีก 1 แสนปอนด์จากกรณีใช้คำพูดเหรียเชื้อชาติ ซน ฮึง-มิน เพื่อนร่วมสโมสร

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย. หลัง เบนตานกูร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่ออุรุกวัยบ้านเกิด และพิธีกร ได้ขอเสื้อของ ซน ฮึง-มิน เพื่อนร่วมทัพ สเปอร์ส จาก เบนตานกูร์

Soccer Football - Premier League - Tottenham Hotspur v Ipswich Town - Tottenham Hotspur Stadium, London, Britain - November 10, 2024 Tottenham Hotspur's Rodrigo Bentancur celebrates scoring their first goal with Son Heung-min Action Images via Reuters/Andrew Couldridge EDITORIAL USE ONLY.

และดาวเตะวัย 27 ปีได้ตอบกลับไปว่า “เสื้อของ ซอนนี เหรอ ไม่แน่ใจว่าอาจจะเป็นของลูกพี่ลูกน้อง ซอนนี หรือเปล่า เพราะพวกเขาดูเหมือนๆ กันหมดเลย”

จากคำพูดดังกล่าวกลายเป็นดราม่าหลังมีคนมองว่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยรายนี้ใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติคนเอเชียซึ่งถึงแม้ภายหลัง เบนตานกูร์ จะขอโทษ ซน ในเรื่องดังกล่าว ซน แล้วทว่า เอฟเอ ได้ตั้งข้อหาเจ้าตัวจากกรณีนี้

ล่าสุด เอฟเอ ออกแถลงยืนยันว่า เบนตานกูร์ จะถูกแบนจากการลงสนามฟุตบอลทุกรายการในอังกฤษเป็นจำนวน 7 นัด และปรับอีก 1 แสนปอนด์ (ราว 4.39 ล้านบาท) จากกรณีใช้คำพูดเหยียด ซน ฮึง-มิน ดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอฟเอ ลงโทษแบน เบนตานกูร์ 7 นัดกรณีใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ ซน ฮึง-มิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...