โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

3 โบรกฯ สแกน PIS เคาะพื้นฐาน 4.10-4.26 บ./หุ้น คาดปี 67-69 กำไรโต 23.6% ต่อปี

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.29 น.

#ทันหุ้น - 3 กูรูผ่ามุมมองหุ้นน้องใหม่ บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) หลังขายไอพีโอไม่เกิน 140 ล้านหุ้น เสริมแกร่ง! เพิ่มโอกาสคว้างานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ถือเป็น “จุดแข็ง” สำคัญ สอดรับนโยบาย Digital Thailand หนุนกำไรในปี 2567-2569 โต 23.6% ต่อปี ชี้ราคาเหมาะสมในปี 2568 อยู่ที่ 4.10-4.26 บาท/หุ้น

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) โดยระบุว่า ฝ่ายวิจัยเลือกใช้วิธี P/E ในการประเมินมูลค่าเหมาะสม อิงกับ Peer บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET กลุ่ม ICT และ mai กลุ่ม TECH รวมถึงบริษัทที่เคยรับงานโครงการติดตั้งระบบเครือข่ายกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และงานโครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO) เราประเมินมูลค่าโดยใช้ PER Multiple ที่ 16.0 เท่า ซึ่งเป็นค่ากลางระหว่างค่าเฉลี่ยของ Peer เทียบกับ EPS Growth (CAGR) ปี 2568-2569 ที่ +18.16% ซึ่งสอดคล้องกับ ROAE ที่อยู่ในระดับสูง 24.74% ได้ราคาเหมาะสมปี 2568 ที่ 4.26 บาท

ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 106.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.7% YoY เติบโตไม่สูงเพราะความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณภาครัฐประจำปี ทั้งนี้บริษัทจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 เป็น 143.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +34.7% YoY และปี 2569 เป็น 196.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +36.4% YoY หรือเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR ปี 2567-2569) +23.6% มีปัจจัยหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่กลับเป็นปกติและโอกาสในการเข้าประมูลงานโครงการของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่มากขึ้น

โดยคาด 1) การเติบโตของรายได้จากการขาย และให้บริการ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (ปี 2567-2569) +29.8% YoY ส่วนใหญ่เป็นงาน ICT Application Solution จัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่บนแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับระบบคลาวด์และ IoT และงานบำรุงรักษาระบบ (MA) ซึ่งมีทั้งงานต่อเนื่องจากลูกค้าเดิม และที่คาดว่าจะได้รับจากลูกค้าใหม่ 2) สามารถรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง ตามสัดส่วนรายได้จากงานโครงการที่มีความซับซ้อน และรายได้จากการให้บริการที่มี margin ที่สูงกว่า รวมถึงการบริหารต้นทุนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

การเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชน (IPO) ครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 25.93% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ส่งผลให้มีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวนทั้งสิ้น 270 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญจำนวน 540 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินทุนที่ได้รับไปใช้ 1) เป็นหลักค้ำประกันกับสถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการออกหนังสือค้ำประกันให้กับงานโครงการ 2) ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในงานโครงการแก่ลูกค้าหน่วยงานภาครัฐ/รัฐสาหกิจ

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ PIS ที่ 4.20 บาท อ้างอิง PER ปี 2567 ที่ 16 เท่า ในขณะที่อัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR 3 ปี 2567-2569 อยู่ที่ 21% หลังจากเพิ่มทุน IPO เพิ่มโอกาสรับงานโครงการภาครัฐ ซึ่งจะหนุนรายได้ในอนาคต ให้สอดคล้องกับสมมติฐานการเติบโตช่วงปี 2567-2569 เราคาดกำไรสุทธิของบริษัทฯมีอัตราการเติบโต CARG อยู่ที่ 21% ช่วงปี 2567-2569 อยู่ที่ 104 ล้านบาท ในปี 2567 , 143 ล้านบาทในปี 2568 และ 184 ล้านบาทในปี 2569 ปัจจัยหนุนมาจาก ICT Solutions ที่มูลค่า 2,102 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสรับรู้ตั้งแต่ Q4/2567 จนถึงปี 2569 โครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพด้านไอทีเป็นหลัก

“PIS มีจุดแข็งจากกลุ่มลูกค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญโดยมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้คิดเป็น 99.94% ของรายได้รวม บริษัทฯให้บริการโซลูชันที่สอดคล้องกับนโยบาย Digital Thailand เช่น โครงการจัดหาระบบอ่านแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ให้ราคาเหมาะสมปี 2568 ที่ 4.10 บาท เราใช้ P/E เป้าหมาย 15.1x มี Premium 5% จากค่าเฉลี่ยกลุ่ม SI ที่ 14.4 เท่า เนื่องจากการมีฐานลูกค้าภาครัฐที่แข็งแกร่ง ความเสี่ยงต่ำ และรัฐอยู่ในช่วงลงทุนด้านนี้ ขณะที่การที่ PIS มี Recurring income จากงานบริการสูงกว่า 40% ของรายได้รวม ทำให้กำไรไม่จะผันผวน

ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 PIS มีงานในมือสูงถึง 2.1 พันล้านบาท กระจายรับรู้ใน 2-3 ปี ขณะที่แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี และการยกระดับพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เชื่อจะทำให้งบประมาณ upgrade หน่วยงานรัฐสู่ดิจิทัลจะมีหนาแน่นในระยะยาว เราคาดกำไรสุทธิปี 2567-2569 ไว้ที่ 120 ล้านบาท , 146 ล้านบาท และ 171 ล้านบาท ขยายตัวเฉลี่ย +17.9% ต่อปี

PIS ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2555 โดยมุ่งเน้นกำรดำเนินธุรกิจจำหน่าย และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ครอบคลุมการบริการให้การปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ดูแลบำรุงรักษาระบบงาน จัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (ICT Solutions) นอกจากนี้ ยังได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และผลิตภัณฑ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชั้นนำระดับโลก อย่าง Dahua Hikvision และ Huawei

โดย PIS เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจเทคโนโลยี (TECH) ในวันที่ 20 มกราคม 68 ราคาเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 3 บาท/หุ้น เป็นระดับราคาที่กำหนดอยู่บน P/E ที่ 18.75 เท่า ถือว่าต่ำกว่า P/E กลุ่มในตลาด mai ที่อยู่ที่ 27.71 เท่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...