ก.ล.ต. เตรียมออกเกณฑ์ จำนำหุ้น – ยกเลิก Uptick Rule คุมชอร์ตเซล ใน Q1/68
ก.ล.ต. เตรียมออกเกณฑ์มาตรการเปิดเผยข้อมูล จำนำหุ้น พร้อมทบทวนการใช้ Uptick Rule ทั้งยังไม่ยกเลิก Short Sell แต่เพิ่มมาตรการเข้มงวด คาดได้ผลสรุปในไตรมาส 1 ของปีนี้
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. กำลังหารือร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนหลังจากผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนำหุ้น แล้วเกิดปัญหาสภาพคล่อง จนถูก Forced Sell หรือ การถูกบังคับขายหุ้นทุกราคา จากการนำหุ้นไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แล้วราคาหุ้นปรับตัวลงจนมีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นและนักลงทุนรายย่อย
ทั้งนี้ ก.ล.ต. จึงกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการจำนำหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2568
โดยยอมรับว่ามีความล่าช้าจากเดิมคาดว่าจะชัดเจนในช่วงเดือนธันวาคม 67 ที่ผ่านมา แต่จากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ายังมีช่องทางอื่นๆที่จะต้องพิจารณาประกอบกันด้วย เพราะการให้ทุกคนต้องรายงานการจำนำหุ้นคงไม่ได้ ซึ่งต้องพิจาณาถึงความเหมาะสมของเกณฑ์ดังกล่าวด้วย อาทิ สัดส่วนธุรกรรมขนาดไหนถึงควรจะรายงาน ความถี่ของการรายงาน และผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นควรจะเป็นผู้รายงาน เป็นต้น
สำหรับบทลงโทษของการไม่รายงานเรื่องการจำนำหุ้น เบื้องต้นตามกฎหมายคาดว่าจะมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก โดยปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต.กำลังศึกษากันอยู่และถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนให้ความสำคัญ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปกันในเร็วๆนี้
อย่างไรก็ตามมองว่าเคสการจำนำหุ้นเป็นกรณีที่น่าห่วง เพราะความยากคือจำนำหุ้นไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย โดยกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.จะเข้าไปตรวจสอบอะไรจำเป็นต้องเป็นกรณีที่สงสัยว่าจะมีการทำผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์ เท่านั้นถึงจะดำเนินการได้
“ความยากคือต้องพิจารณาในการใช้ข้อกฎหมายใดเพื่อกำหนดเกณฑ์ ลักษณะการทำธุรกรรมเท่าใดจึงจะเหมาะสม ต้องคำนึงกฎหมายอื่น ๆ เชื่อว่ามีการเร่งรัดกันอยู่ น่าจะมีข้อมสรุปเพิ่มเติมเร็วๆนี้ เพราะประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสำคัญแม้กระทั่งภายในต้องเร่งทำ” นาย อเนก กล่าว
นายอเนก กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าหากจำนำหุ้นเกิน Trigger point ต้องมีการรายงาน มองว่า ความยากคือการกำหนดเกณฑ์อย่างเหมาะสม ขนาดจำนำหุ้นเท่าไรจึงจำเป็นต้องรายงาน ความถี่ในการรายงาน ไม่ให้เป็นภาระจนเกินควร ทำให้ข้อสรุปในการกำหนดเกณฑ์ยังไม่มีความชัดเจนในปัจจุบัน ซึ่งก.ล.ต. จะต้องมีการศึกษาค้นคว้า หลักคิดต่าง ๆ อย่างรอบคอบก่อนจะออกเกณฑ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ประเด็นการนำหุ้นไปจำนำนอกตลาดซึ่งทำให้ไม่มีข้อมูลในระบบ ยังเป็นปัญหาที่ก.ล.ต. ต้องเข้าเร่งแก้ไข
ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการนำหุ้นไปจำนำ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาความเสี่ยงด้วย หากมีการนำหุ้นไปจำนำในต่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมายหากมีความเสี่ยงจะเป็นไปได้ยาก หน้าที่ของก.ล.ต. ต้องให้ความรู้ สร้างการตระหนักรู้ให้ระมัดระวังในการลงทุน
“การออกเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการจำนำหุ้นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบกับบจ. อื่น หรือกระทบกับนักลงทุน โดยหลักสำคัญของมาตรการชุดนี้จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่มีความสำคัญให้กับนักลงทุน” นายอเนก กล่าว
นายอเนก กล่าวว่า สำหรับมาตรการกำกับดูแลธุรกรรม Short Sell ยืนยันว่าในขณะนี้ ยังไม่มีแนวคิดการหยุดใช้มาตรการดังกล่าว แต่อาจมีการปรับปรุงมาตรการเกี่ยวกับเกณฑ์ซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เพื่อจำกัดความผันผวนของราคาหุ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับนักลงทุนทุกกลุ่ม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ Third Party ช่วยประเมินและศึกษาข้อมูลที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในช่วงไตรมาส 1 ของปี 68 เช่นกัน
นอกจากนี้จากประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และก.ล.ต. ที่ล่าช้านั้น ในส่วนของก.ล.ต. ได้รับฟังถึงความไม่สบายใจในประเด็นดังกล่าวมาตลอด ซึ่งยอมรับว่าในการขับเคลื่อนบางประเด็นอาจล่าช้าไม่ทันใจบ้าง ต้องดูว่าความล่าช้าเกิดจากอะไร ถ้าก.ล.ต. สามารถปรับปรุงกระบวนการ เร่งรัดให้รวดเร็วขึ้นได้ ก็จะมีการปรับปรุงต่อเนื่อง แต่บางกระบวนการ เช่นการบังคับใช้กฎหมาย ที่ต้องการขอข้อมูลจากต่างประเทศ ก.ล.ต. อาจไม่สามารถเร่งรัดเพิ่มมากได้
ทั้งนี้ ก.ล.ต. เตรียมแถลงแผนยุทธศาสตร์ ปี 68 ภายในช่วงวันที่ 30 ม.ค.นี้ ในช่วงที่ผ่านมาได้เดินสายหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน อาทิ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย, สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ก่อนออกเป็นแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว
อ่านข่าวอื่น ๆ