โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต. เตรียมออกเกณฑ์ จำนำหุ้น – ยกเลิก Uptick Rule คุมชอร์ตเซล ใน Q1/68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 15.45 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 08.45 น.

ก.ล.ต. เตรียมออกเกณฑ์มาตรการเปิดเผยข้อมูล จำนำหุ้น พร้อมทบทวนการใช้ Uptick Rule ทั้งยังไม่ยกเลิก Short Sell แต่เพิ่มมาตรการเข้มงวด คาดได้ผลสรุปในไตรมาส 1 ของปีนี้

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. กำลังหารือร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนหลังจากผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนำหุ้น แล้วเกิดปัญหาสภาพคล่อง จนถูก Forced Sell หรือ การถูกบังคับขายหุ้นทุกราคา จากการนำหุ้นไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แล้วราคาหุ้นปรับตัวลงจนมีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นและนักลงทุนรายย่อย

ทั้งนี้ ก.ล.ต. จึงกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการจำนำหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2568

โดยยอมรับว่ามีความล่าช้าจากเดิมคาดว่าจะชัดเจนในช่วงเดือนธันวาคม 67 ที่ผ่านมา แต่จากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ายังมีช่องทางอื่นๆที่จะต้องพิจารณาประกอบกันด้วย เพราะการให้ทุกคนต้องรายงานการจำนำหุ้นคงไม่ได้ ซึ่งต้องพิจาณาถึงความเหมาะสมของเกณฑ์ดังกล่าวด้วย อาทิ สัดส่วนธุรกรรมขนาดไหนถึงควรจะรายงาน ความถี่ของการรายงาน และผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นควรจะเป็นผู้รายงาน เป็นต้น

สำหรับบทลงโทษของการไม่รายงานเรื่องการจำนำหุ้น เบื้องต้นตามกฎหมายคาดว่าจะมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก โดยปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต.กำลังศึกษากันอยู่และถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนให้ความสำคัญ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปกันในเร็วๆนี้

อย่างไรก็ตามมองว่าเคสการจำนำหุ้นเป็นกรณีที่น่าห่วง เพราะความยากคือจำนำหุ้นไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย โดยกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.จะเข้าไปตรวจสอบอะไรจำเป็นต้องเป็นกรณีที่สงสัยว่าจะมีการทำผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์ เท่านั้นถึงจะดำเนินการได้

“ความยากคือต้องพิจารณาในการใช้ข้อกฎหมายใดเพื่อกำหนดเกณฑ์ ลักษณะการทำธุรกรรมเท่าใดจึงจะเหมาะสม ต้องคำนึงกฎหมายอื่น ๆ เชื่อว่ามีการเร่งรัดกันอยู่ น่าจะมีข้อมสรุปเพิ่มเติมเร็วๆนี้ เพราะประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสำคัญแม้กระทั่งภายในต้องเร่งทำ” นาย อเนก กล่าว

นายอเนก กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าหากจำนำหุ้นเกิน Trigger point ต้องมีการรายงาน มองว่า ความยากคือการกำหนดเกณฑ์อย่างเหมาะสม ขนาดจำนำหุ้นเท่าไรจึงจำเป็นต้องรายงาน ความถี่ในการรายงาน ไม่ให้เป็นภาระจนเกินควร ทำให้ข้อสรุปในการกำหนดเกณฑ์ยังไม่มีความชัดเจนในปัจจุบัน ซึ่งก.ล.ต. จะต้องมีการศึกษาค้นคว้า หลักคิดต่าง ๆ อย่างรอบคอบก่อนจะออกเกณฑ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ประเด็นการนำหุ้นไปจำนำนอกตลาดซึ่งทำให้ไม่มีข้อมูลในระบบ ยังเป็นปัญหาที่ก.ล.ต. ต้องเข้าเร่งแก้ไข

ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการนำหุ้นไปจำนำ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาความเสี่ยงด้วย หากมีการนำหุ้นไปจำนำในต่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมายหากมีความเสี่ยงจะเป็นไปได้ยาก หน้าที่ของก.ล.ต. ต้องให้ความรู้ สร้างการตระหนักรู้ให้ระมัดระวังในการลงทุน

“การออกเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการจำนำหุ้นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบกับบจ. อื่น หรือกระทบกับนักลงทุน โดยหลักสำคัญของมาตรการชุดนี้จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่มีความสำคัญให้กับนักลงทุน” นายอเนก กล่าว

นายอเนก กล่าวว่า สำหรับมาตรการกำกับดูแลธุรกรรม Short Sell ยืนยันว่าในขณะนี้ ยังไม่มีแนวคิดการหยุดใช้มาตรการดังกล่าว แต่อาจมีการปรับปรุงมาตรการเกี่ยวกับเกณฑ์ซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เพื่อจำกัดความผันผวนของราคาหุ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับนักลงทุนทุกกลุ่ม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ Third Party ช่วยประเมินและศึกษาข้อมูลที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในช่วงไตรมาส 1 ของปี 68 เช่นกัน

นอกจากนี้จากประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และก.ล.ต. ที่ล่าช้านั้น ในส่วนของก.ล.ต. ได้รับฟังถึงความไม่สบายใจในประเด็นดังกล่าวมาตลอด ซึ่งยอมรับว่าในการขับเคลื่อนบางประเด็นอาจล่าช้าไม่ทันใจบ้าง ต้องดูว่าความล่าช้าเกิดจากอะไร ถ้าก.ล.ต. สามารถปรับปรุงกระบวนการ เร่งรัดให้รวดเร็วขึ้นได้ ก็จะมีการปรับปรุงต่อเนื่อง แต่บางกระบวนการ เช่นการบังคับใช้กฎหมาย ที่ต้องการขอข้อมูลจากต่างประเทศ ก.ล.ต. อาจไม่สามารถเร่งรัดเพิ่มมากได้

ทั้งนี้ ก.ล.ต. เตรียมแถลงแผนยุทธศาสตร์ ปี 68 ภายในช่วงวันที่ 30 ม.ค.นี้ ในช่วงที่ผ่านมาได้เดินสายหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน อาทิ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย, สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ก่อนออกเป็นแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว

อ่านข่าวอื่น ๆ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...