โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'ไฮสปีด' เชื่อม 3 สนามบินไม่คืบ UTA ไม่รอเตรียมแผน 2 ขอแก้ไขสัญญา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 00.20 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 00.19 น.

“พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” นายใหญ่บางกอกแอร์เวย์ส เร่ง EEC สรุปความชัดเจนรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน เกิดหรือไม่เกิดกันแน่ เผย UTA ใส่เงินลงทุนล่วงหน้าไปแล้วกว่า 4 พันล้านบาท กลางปีหน้าจะครบเงื่อนไขสัญญา 5 ปีเฟสแรก แต่โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินตะวันออกยังเดินหน้าไม่ได้ จี้ขอข้อสรุปภายในไตรมาส 1/68 เดินหน้าแผน 2 ขอแก้ไขสัญญา พร้อมปรับรูปแบบการลงทุนใหม่

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ในฐานะผู้ร่วมทุนในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออกที่ลงทุนการผ่านบริษัทร่วมทุน UTA ไปแล้ว รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ทั้งจัดทำแผนพัฒนา ออกแบบโครงการ จ้างที่ปรึกษา ประสานงานด้านผลกระทบ รวมถึงทำงานร่วมกับกองทัพเรือ ฯลฯ

เร่ง EEC สรุปรถไฟ 3 สนามบิน

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า เนื่องจากโครงการดังกล่าวผูกติดไว้กับโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างสำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และผู้ร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงยังไม่สามารถออกหนังสือให้เอกชนเริ่มงาน NTP ได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา UTA ได้พยายามคุยกับทางสำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อหาข้อสรุปความคืบหน้าของโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินว่าจะสามารถเดินหน้าได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อหาทางออกให้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออกว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขอบทสรุปภายใน Q1/68

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออกที่ทางกลุ่ม UTA ทำสัญญาดำเนินการนั้นเป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของการมีรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน โดยวางแผนให้เมืองการบินตะวันออกเป็นเมืองเอ็นเตอร์เทนเมนต์ สร้างแม็กเนตใหม่ ๆ ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่าง ๆ สถานที่รองรับการแสดงโชว์ระดับโลก ฯลฯ โดยใช้แนวทางของดิวตี้ฟรี หรือพื้นที่ปลอดอากร

โดยมองว่ารถไฟไฮสปีดจะเป็นระบบคมนาคมขนส่งสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนและขนคนเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงรองรับความหนาแน่นของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองด้วย ซึ่งแผนการพัฒนาจะต้องสอดรับกับศักยภาพการรองรับของสนามบินอู่ตะเภา ที่ตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ถึง 8-10 ล้านคนในเฟสแรก และเพิ่มเป็น 60 ล้านคนตามเงื่อนไขสัญญาพัฒนา 50 ปี

“เราอยากได้สรุปภายในไตรมาส 1/2568 เพราะเงื่อนไขการดำเนินการโครงการในสัญญาใกล้จะครบกำหนด 5 ปี ในเดือนมิถุนายน 2568 แล้ว แต่จนถึงวันนี้เรายังเริ่มคิกออฟโครงการไม่ได้” นายพุฒิพงศ์กล่าว

เตรียมแผน 2 ขอแก้สัญญา

นายพุฒิพงศ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทาง UTA ได้เตรียมทำแผน 2 เพื่อเป็นแผนสำรองแล้ว หากท้ายสุดแล้วโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินไม่สามารถเกิดขึ้นจริง โดยมีแผนจะขอเจรจาเพื่อปรับเงื่อนไขการลงทุนใหม่ รวมถึงตัวเลขเงินลงทุนและมาประเมินอีกครั้งว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้เมื่อไหร่ อย่างไรต่อไป

“ถ้าโครงการรถไฟไฮสปีดไม่เกิดขึ้น แน่นอนว่าจะมีผลโดยตรงต่อพาร์ตเนอร์ที่จะเข้าร่วมลงทุนโครงการ รวมถึงอาจส่งผลกระทบทำให้การหาแหล่งเงินทุนยากขึ้นด้วย” นายพุฒิพงศ์กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าในเฟสแรกของการลงทุนน่าจะใช้เงินประมาณ 15,000 ล้านบาท

9 เดือนรายได้ผู้โดยสารโต 26%

สำหรับในส่วนของบริษัท การบินกรุงเทพ หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์สนั้น นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า มีแนวโน้มการเติบโตไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมการบินโลก โดยภาพรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 มีจำนวนผู้โดยสาร 3.31 ล้านคน เพิ่มสูงขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 และเป็นสัดส่วน 75% ของช่วงก่อนโควิด มีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร 82% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 จุด เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 และสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งมีอัตราขนส่งผู้โดยสารที่ 68%

และรายได้ผู้โดยสาร 14,006 ล้านบาท เติบโตขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 หรือคิดเป็นสัดส่วน 96% ของช่วงก่อนโควิด-19 โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนได้ถึงศักยภาพของบางกอกแอร์เวย์สที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อช่วงต้นปี 2567 ได้แน่นอน

“ในด้านของจำนวนผู้โดยสารพบว่าในช่วง 9 เดือนแรกมีจำนวน 3.31 ล้านคน เติบโตเพิ่มขึ้น 10% จำนวนเที่ยวบิน 36,358 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 9% อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย 82% เพิ่มขึ้น 2% รายได้จากผู้โดยสาร 14,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%”

บุ๊กกิ้งตั๋วล่วงหน้า 6 เดือนพุ่ง

นายพุฒิพงศ์กล่าวอีกว่า เพื่อตอบรับดีมานด์การเดินทางที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง บริษัทจึงเน้นเส้นทางที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และทำกำไร และเพิ่มความถี่เที่ยวบินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษาระดับอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในเกณฑ์ดี

“ตอนนี้เรามียอดการสำรองที่นั่งบัตรโดยสารล่วงหน้าต่อเนื่องจนถึงช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีอัตราการจองเติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 นี้ได้เป็นอย่างดี” นายพุฒิพงศ์กล่าว

เร่งเสริมฝูงบิน

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันบริษัทได้ทยอยกลับมาให้บริการเส้นทางบินที่เคยปฏิบัติการบินในช่วงก่อนโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเส้นทางบินสมุย-กัวลาลัมเปอร์ ในไตรมาส 4 ปี 2568 เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางและเป็นจุดเชื่อมต่อผู้โดยสารจากยุโรปเดินทางเข้าเกาะสมุย

“ในปลายปีนี้เราได้จัดหาเครื่องบินรูปแบบ Wet Lease จำนวน 2 ลำ โดยเริ่มทำการบินระหว่างเดือนธันวาคม 2567-เมษายน 2568 เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางที่สูงขึ้นช่วงไฮซีซั่น และมีแผนเพิ่มเครื่องบินมาเสริมฝูงบินอีก 2 ลำในปีหน้า” นายพุฒิพงศ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ไฮสปีด’ เชื่อม 3 สนามบินไม่คืบ UTA ไม่รอเตรียมแผน 2 ขอแก้ไขสัญญา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...