บลูบิค รันเทรนด์ AI Transformation กางแผนธุรกิจปี 68 มั่นใจโตเกิน 20%
บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดแผนธุรกิจปี 2568 ใช้กลยุทธ์ผสานบริการเข้ากับ AI (Bundled Services) รับเทรนด์ AI Transformation ขององค์กรธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน คาดผลประกอบการปี 2568 เติบโต 20% ตามเป้าหมาย
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทรนด์การใช้ AI ในภาคธุรกิจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ดังนั้น AI Transformation จะยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยรายงานล่าสุดของการ์ทเนอร์ ระบุว่า
ความต้องการใช้ AI สำหรับองค์กรทั่วโลกเติบโตเฉลี่ย 16.9% ต่อปี (ตั้งแต่ปี 2566 - 2570) และจะทะยานแตะ 4.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 โดยบลูบิค ประเมินว่าองค์กรที่เริ่มปรับใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อน จะสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และกดดันให้ธุรกิจต้องมุ่งปรับใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์ในที่สุด
“บลูบิค ได้ศึกษาแนวโน้มเกี่ยวกับเทคโนโลยีและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พบว่า AI กำลังเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานของธุรกิจยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม เราพบว่าการทำ AI Transformation นั้นมีอุปสรรคมากมายที่ทำให้การลงทุนด้าน AI มีโอกาสล้มเหลว เช่น การลงทุนด้าน AI ที่ไม่สอดรับกับกลยุทธ์องค์กร การขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สามารถรองรับการใช้งาน AI ในอนาคต การพัฒนาโมเดล AI ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการขาดมาตรการด้านความปลอดภัยไซเบอร์และแนวทางนำ AI มาปรับใช้ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร”
นายพชร กล่าวว่า กลยุทธ์ Bundled Services จะช่วยจัดการกับอุปสรรคต่าง ๆ และทำให้แผนงานด้าน AI Transformation ขององค์กรธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ จากโครงการที่มีขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูงขึ้นอีกด้วย
โดยกลยุทธ์ Bundled Services มีบริการ AI ขั้นสูงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและเชื่อมโยงกับบริการหลักของบลูบิคอย่างครบวงจร ประกอบไปด้วย
1. กลยุทธ์ : การวางกลยุทธ์เพื่อนำ AI ไปประยุกต์ใช้ และเลือกลงทุนในเครื่องมือ AI ที่เหมาะสม ให้สอดรับกับเป้าหมายของแต่ละองค์กร ตั้งแต่กลยุทธ์ธุรกิจ (Business Strategy) กลยุทธ์ด้านข้อมูล (Data Strategy) จนถึงกลยุทธ์ด้าน AI (AI Strategy) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ
2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที : การพัฒนาแพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับการทำงาน และการใช้งานโมเดล AI ที่มีความซับซ้อนได้อย่างราบรื่น เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบดิจิทัลขององค์กรในอนาคต (Scalability)
3. การพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร (ERP) : การพัฒนาระบบ ERP โดยนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จะทำให้การนำข้อมูลมาใช้ประมวลผล วิเคราะห์ และประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจเป็นไปอย่างฉับไวและเฉียบคมยิ่งขึ้น
4. การบริหารจัดการโครงการ : การบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ด้าน AI เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทาย โดยผลักดันให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพนักงานนำเทคโนโลยีไปใช้จริงตลอดทั้งองค์กร (AI Adoption) รวมถึงมีแนวทางที่เหมาะสมตั้งแต่การสื่อสารและจัดการความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้โครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ทางธุรกิจภายใต้กรอบเวลาและงบประมาณที่กำหนด
5. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ : การพัฒนาแนวทางด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย AI Solutions สามารถช่วยตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสียหายจากภัยไซเบอร์ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายพชร กล่าวต่อว่า สำหรับการรองรับกลยุทธ์ Bundled Service และการเติบโตในปีหน้า บลูบิคได้ทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทย่อยในเครือทั้งหมด โดยตั้งเป้าเพิ่ม Utilization Rate ของพนักงานบริษัทในเครือเป็น 60% ใกล้เคียงกับบริษัทแม่ พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะตลาดขนาดกลาง ผ่านผลิตภัณฑ์ของบริษัทในเครือ รวมถึงเดินเครื่องขยายการให้บริการในตลาดที่มีศักยภาพสูงและต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มขนาดใหญ่และใช้เทคโนโลยีทันสมัย อาทิ ภาครัฐ อุตสาหกรรมการผลิต และตลาดต่างประเทศ ที่ความต้องการปรับใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับสูง เช่น ประเทศเวียดนาม
“การปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้กลายเป็นพันธกิจสำคัญของธุรกิจ ในฐานะที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นครบวงจร เราเชื่อมั่นว่ากระแส AI Transformation จะเปิดโอกาสให้ บลูบิค สามารถแสดงศักยภาพการให้บริการ และก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 อย่างเต็มภาคภูมิ ผ่านการขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้าน AI ซึ่งการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมไปถึงนักลงทุน”