โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เดอะ คอฟฟี่ คลับ สวนกะแส “กาแฟแพง” หั่นราคาสาขา MDCU เกินครึ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 07.17 น.

เดอะ คอฟฟี่ คลับ เปิดตัว สาขา MDCU ดั๊มราคากาแฟเกินครึ่งเริ่มแก้วละ 48 บาท 24 ชั่วโมง ซัพพอร์ตหมอ บุคลากร รพ.จุฬาฯ นิสิตและญาติผู้ป่วย ขยายลูกค้าชาวไทย ปี 68 วางงบ 60 ลบ.เปิดเพิ่ม 5 สาขาในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เวียงจันทร์ วางเป้าโต 10%

“กาแฟ” สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากน้ำมันดิบ กำลังเผชิญหน้ากับท้าทายเรื่องของราคาที่ส่อแววพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบเกือบ 50 ปี หลัง บราซิล หนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกเผชิญกับภัยแล้งที่เลวร้าย ส่งผลให้ราคาสัญญาส่งมอบในเดือนมี.ค. 2568 แตะระดับ 348.35 เซนต์ต่อปอนด์

และอาจส่งผลกระทบต่อตลาดกาแฟมูลค่า 100,000 ล้านบาทของไทยที่เติบโตเฉลี่ยระหว่างปี 8.55% โดยเฉพาะต้นทุนเมล็ดกาแฟที่สูงขึ้นอาจนำมาซึ่งการขึ้นราคากาแฟในประเทศไทย ทั้งนี้ปัจจุบันคนไทยบริโภคกาแฟ ปีละ 9 หมื่นตันหรือเฉลี่ย 1.5 แก้วต่อวัน

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด เปิดเผยว่า ราคาเมล็ดกาแฟขึ้นๆลงๆทุกเดือนตลอดทั้งปี รวมถึงวัตถุดิบอื่นๆทั้งนมและน้ำตาลต่างก็มีราคาสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

สำหรับ“เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ราคาเมล็ดกาแฟโลกที่พุ่งขึ้นสูงยังไม่เอฟเฟคและสามารถตรึงราคาเดิมไว้ตลอดปี 2568 เนื่องจากได้รับการซัพพอร์ตตรึงราคาเมล็ดกาแฟจากบริษัทแม่ที่ออสเตรเลีย เพื่อสนับสนุนการขยายสาขาในประเทศไทย

“หากต้นทุนสูงเราก็ไม่สามารถขายในราคาต่ำได้ และเรายังใช้เมล็ดกาแฟในประเทศ 20% ในส่วนของ Dark Roast ซึ่งเมล็ดกาแฟในประเทศไทยเองก็ไม่ได้มีราคาที่ต่ำ”

อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาพรวมตลาดกาแฟในไทยยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดย เดอะ คอฟฟี่ คลับจัดอยู่ในเซกเมนต์ “นิชมาร์เก็ต” ชัดเจนซึ่งมีแบรนด์อื่นๆเข้ามาแบ่ง market share ไม่น้อย แต่ละแบรนด์จะต้องมีจุดแข็งของตัวเองชัดเจนโดย “เดอะ คอฟฟี่ คลับ” โฟกัสที่เมล็ดกาแฟตัวใหม่ที่พัฒนาขึ้นเป็น “ซิกเนเจอร์ เบลนด์” ที่ใช้ เมล็ดกาแฟจาก 3 แหล่งปลูกกาแฟชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บราซิล โคลอมเบีย และอินเดีย ทำให้มีลูกค้าที่ชอบทานกาแฟกลับมาดื่มซ้ำ นอกจากนี้ยังมีชาและเครื่องดื่มผลไม้ไว้เพิ่มความหลากหลายและดึงลูกค้าให้กลับใช้บริการซ้ำได้ตลอดทั้งวันและรองรับลูกค้าที่ไม่ดื่มกาแฟด้วย

“ความท้าทายของเรายังเป็นเรื่องของวัตถุดิบเพราะเราไม่อยากทำราคาให้สูงเพื่อให้เข้าถึงคนไทยจำนวนมาก ซึ่งการที่จะไปถึงจุดนั้นได้ก็คือเรื่องของวัตถุดิบต่างๆ ถ้าเราสามารถแบกรับได้เราก็พยายามที่จะแบกรับก่อนเพื่อแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ แต่เราจะไม่ลดเรื่องของคุณภาพ กาแฟของเราจะต้องอร่อยและราคาเข้าถึงได้ที่ผ่านมาเราก็พยายามที่จะตรึงราคาไว้”

จากกลยุทธ์ที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับต้องการขยายฐานลูกค้าคนไทยมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการพึ่งพาลูกค้าต่างชาติซึ่งเป็นลูกค้าหลักเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ล่าสุดเปิดตัวสาขาที่ 42 “MDCU” ณ อาคารหอสมุด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สาขาใหม่ล่าสุดนี้มาในคอนเซ็ปต์ใหม่ในรูปแบบเลิร์นนิ่งคาเฟ่ เปิด 24 ชม.ขนาด 140 ตรม. จำนวน 60 ที่นั่ง เน้นขนมหวานและเครื่องดื่ม เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็วของลูกค้าในโรงพยาบาลโดยไม่มีบริการอาหารคาว

จุดเด่นของสาขานี้ คือ ดีไซน์ใหม่ ทนสีใหม่ กราฟฟิกใหม่ ใช้โทนสีมอคค่าเพิ่มสีส้ม-เขียวเพื่อให้สดใสขึ้นและเป็นโทนสีที่จะใช้ในการขยายสาขาใหม่ในอนาคต ใช้วัสดุ SD เปลือกกาแฟและพลาสติกรีไซเคิล สิ่งที่เราพยายามทำคือเราต้องการบรรลุเป้าหมาย Zero Waste และ Low Carbon

และทุกเมนูของสาขานี้เน้นเฮลตี้-โลวแคลอรี่ ทั้งเครื่องดื่ม 40 รายการ ขนมหวานและเมนูเพื่อสุขภาพอีกกว่า 30 รายการ เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในพื้นที่โรงพยาบาลที่มีความต้องการเฉพาะ รวมถึงเมนูกาแฟ New signature blend Roasted in Australia

รวมทั้งทำกาแฟราคาพิเศษสำหรับบุคคลากรการแพทย์เริ่มต้นไซส์ M ราคา 60 บาทและ discount เพิ่มสำหรับแพทย์เหลือแก้วละ 48 บาท ทั้งหน้าร้านและพิกอัพ จากสาขาปกติกาแฟไซส์ S ราคา120 บาทต่อแก้ว รวมทั้งดั๊มราคาเบเกอรี่ให้ต่ำกว่าสาขาปกติ 20-50% เพื่อให้ลูกค้าสามารถแอดออนเพิ่มจากกาแฟได้ สุดท้าย “กาแฟเบลนด์พิเศษ” สำหรับสาขา MDCU เป็นกาแฟ “คั่วอ่อน” พิเศษจากเชียงราย

สาขา MDCU ใช้ลงทุนเพียง 6 ล้านบาทเพราะไม่ต้องลงทุนเครื่องครัวหนัก แต่เพิ่มเครื่องทำกาแฟ ซึ่งผู้บริหารเผยว่าหลังเปิดบริการเพียงๆ 1 สัปดาห์มีทราฟฟิก 400-500 คนต่อวันแบ่งเป็น นิสิต 30% แพทย์และเจ้าหน้าที่บุคลากรโรงพยาบาล 30% และประชาชนทั่วไป 40%

นอกจากนี้ยังทำโปรโมชันพิเศษเฉพาะสมาชิกทำให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกอยู่ที่ 240,000 ราย และมีการเติบโตในภาพรวมกว่า 9% กำไรเติบโตกว่า 20% จากการตัดร้านที่ขาดทุนออกจากเดิม 70 สาขา เหลือ30 สาขาในช่วงโควิด และขยายสาขาเพิ่มช่วงหลังโควิดโดยเน้นโลเคชั่นที่มีคนไทยมากขึ้นปัจจุบันมีสาขารวม 42 สาขา

และในปี 2568 เดอะ คอฟฟี่ คลับมีเป้าหมายเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 4-5สาขาในเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยวทั้งกทม. พัทยาและภูเก็ต โดยสาขาภูเก็ตจะเปิดบริการถึงเที่ยงคืนส่วนในกรุงเทพอาจพิจรณาเปิด 24 ชม.ในบางโลเคชั่นเช่นทองหล่อหรือในโรงพยาบาลนอกจากนี้ยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศ โดยเปิดสาขา “เวียงจันทน์” หลังจากเปิดสาขา “หลวงพระบาง” ไปเมื่อปลายปีที่แล้วในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยวางงบลงทุนปี68 ไว้ไม่ต่ำกว่า60 ล้านบาทและตั้งเป้าการเติบโต 10%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...