เศรษฐกิจอ่อนแอ การเมืองปั่นป่วน เกาหลีใต้ จีดีพีปี 2024 โต 2%
เกาหลีใต้มีตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2024 เพียง 2% จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและความเสี่ยงจากกำแพงภาษีที่อาจเกิดขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์หวนคืนทำเนียบ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ธนาคารกลางเกาหลีเผยตัวเลขจีดีพีเกาหลีใต้ไตรมาสสี่ 2024 โต 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส (QOQ) ต่ำกว่าตัวเลข 0.2% ที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และโต 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YOY) ส่วนตัวเลขจีดีพีตลอดทั้งปีโต 2% ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ และภาคเศรษฐกิจที่อ่อนแอ จากภัยกำแพงภาษีที่อาจกระทบแนวโน้มเศรษฐกิจเช่นกัน เพราะเกาหลีใต้ส่งออกชิปเยอะในปีที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 ยุน ซ็อกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ทำให้ประชาชนเกาหลีใต้ต้องตกตะลึง ด้วยการประกาศกฎอัยการศึก แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เงินวอนก็อ่อนค่าลงจากเหตุการณ์ดังกล่าว และทำให้ยุนถูกจับกุมตัวท้ายที่สุด นับเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนจับกุมขณะอยู่ในตำแหน่ง
ผู้กำหนดนโยบายหวังฟื้นคืนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและธนาคารกลางยังคงสามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความปั่นป่วนทางการเมือง และภัยคุกคามจากกำแพงภาษีของสหรัฐ
อี ซึง-ซ็อก (Lee Seung-suk) นักวิจัยที่สถาบันวิจัยเศรษฐกิจเกาหลีกล่าวว่า ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่ต่ำ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอ เนื่องจากเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นหลังทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
จากรายงานแสดงให้เห็นตัวเลขการลงทุนภาคการก่อสร้างที่เติบโตในไตรมาสสี่ และการบริโภคภาคเอกชนที่เติบโตชะลอตัวเพียง 0.2% จากไตรมาสก่อน การส่งออกโต 0.3% อานิสงส์จากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในภาคอุปกรณ์การผลิตชิป และการบำรุงรักษาเครื่องจักรเติบโต 1.6%
ในแง่รายได้ เกาหลีใต้เป็นผู้ส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก การเติบโตของการส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ทรงตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องหันมาปรับปรุงตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจกันใหม่
หากทรัมป์ขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้ากับคู่ค้าของสหรัฐ เกาหลีใต้อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุปสงค์ในสหรัฐที่ลดลง และยังผลกระทบทางอ้อมจากยอดส่งออกของจีนที่ลดลงอีกด้วย เพราะเกาหลีใต้เป็นซัพพลายเออร์หลักให้กับสินค้าส่งออกของจีน
แหล่งข่าวกล่าวกับทางบลูมเบิร์กว่า เกาหลีใต้อาจหันไปนำเข้าพลังงานและอาหารจากสหรัฐเพื่อเอาใจทรัมป์ และอาจพิจารณานำเข้าอาหารจากสหรัฐเพิ่มเติมเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเกาหลีใต้ยังคงติดลบ โดยตัวเลขของผู้บริโภคที่เป็นกังวลต่อวิกฤตการณ์ทางการเมืองมีค่าอยู่ที่ 91.2
ชเวซังม็อก รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและรักษาการประธานาธิบดีให้คำมั่นว่าจะมีมาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและฟื้นความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ในช่วงเทศกาล ‘ซ็อลลัล’ หรือตรุษเกาหลี (เหมือนกันกับตรุษจีน เพราะเป็นวันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติ)
อี ชาง-ย็อง (Rhee Chang-yong) ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลี เรียกร้องให้มีการใช้งบประมาณเสริมร่วมด้วยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด ซึ่งบอกเป็นนัยว่ารัฐบาลเกาหลีไม่ควรหวังพึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเพียงอย่างเดียว
ธนาคารกลางเกาหลีหั่นลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีในปี 2025 และอาจหั่นลงอีกครั้งหนึ่งในการประชุมกำหนดนโยบายครั้งถัดไป โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน ธนาคารกลางเกาหลีใต้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3% เพื่อจับตาดูผลกระทบของการปรับลดในช่วงปลายปี 2024 และส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกใน 3 เดือนข้างหน้า
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจอ่อนแอ การเมืองปั่นป่วน เกาหลีใต้ จีดีพีปี 2024 โต 2%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net