“บลจ.กสิกรไทย” ผู้นำการลงทุนอย่างยั่งยืน “อันดับ1” กองทุน ThaiESG ของไทย
โดย: บลจ.กสิกรไทย
ใครที่กำลังมองหาการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี อยู่ ปีนี้ต้องไม่พลาดกับ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG)
ที่มากับเงื่อนไขการลงทุนใหม่น่าสนใจกว่าเดิม นั่นคือ สามารถลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดถึง 300,000 บาท (เดิม 100,000 บาท) พร้อมลดระยะเวลาการลงทุนเหลือเพียง 5 ปี นับจากวันที่ลงทุน(เดิม 8 ปี นับจากวันที่ลงทุน)
และถ้าคิดจะลงทุนในกองทุน ThaiESG ก็ต้องคิดถึง บลจ.กสิกรไทย ผู้นำในกลุ่มกองทุน ThaiESG ของไทย โดยครองส่วนแบ่งการตลาด “อันดับ1” ประมาณ 23% จาก 16 บลจ. ในตลาดในปัจจุบัน
โดยมีเรือธงอย่างกองทุน K-TNZ-ThaiESG กองทุน ThaiESG ที่มีขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยขนาดกว่า 2.07 พันล้านบาท และยังเป็นกองทุนที่มีผลตอบแทนดีสุด ในกลุ่มของปีนี้ ด้วยผลตอบแทน +7.72% (ที่มา: aimc.or.th, วันที่ 31 ต.ค. 24)
ทำไม?กองทุน ThaiESG ของ บลจ.กสิกรไทย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจนั้น ตามไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย
“Top of Mind Investment House” แนวคิดของ “บลจ.กสิกรไทย”
ในการขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมจับมือ 2 พันธมิตรระดับโลก
สำหรับ บลจ.กสิกรไทย เป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจจัดการลงทุนของไทย มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 1.60 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 67) โดยเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Top of Mind Investment House” ในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ทั่วโลก การวางโครงสร้างการลงทุนอย่างยั่งยืน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและคู่ค้านั่นเอง
โดยได้ผนึกกำลังกับ 2 พันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำระดับโลกทั้ง J.P. Morgan Asset Managementในฐานะ Strategic Partnership ที่มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการคัดเลือกและจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลก กับอีกหนึ่งพันธมิตรที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน Lombard Odier ที่มุ่งเน้นการวางโครงสร้างการลงทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มศักยภาพการบริหารจัดการกองทุน และยกระดับมาตรฐานการทำงานในทุกมิติ เพื่อให้นักลงทุนได้รับประสบการณ์ที่ดีของการลงทุนระดับโลก
3 สไตล์ กองทุน ThaiESG ตอบโจทย์ครบทุกการลงทุนเพื่อความยั่งยืน
ปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทย มีกองทุน ThaiESG ให้เลือก 2 กองทุน ประกอบด้วย
1) K-TNZ-ThaiESG: กองทุนเปิดเค Target Net Zero หุ้นไทย เป็นกองทุนแรกของไทยที่มีเป้าหมายสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อยู่ในกลุ่ม Equity General ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงจากการลงทุนในหุ้น โดยได้นำโมเดลของ Lombard Odierซึ่งได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาปรับใช้ในกระบวนการคัดเลือกหุ้นและบริหารจัดการกองทุน
โดยกองทุนมีกลยุทธ์ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยและสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการแบบเชิงรับ (Passive Management) เพื่อให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด SET100 TRI ส่งผลให้พอร์ตลงทุนมีค่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ต่ำกว่าดัชนี SET100
2) K-ESGSI-ThaiESG: กองทุนเปิดเค ตราสารภาครัฐ ESG อยู่ในกลุ่ม Long Term General Bondความเสี่ยงระดับ 3 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ โดยกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐของไทยในกลุ่มความยั่งยืนเป็นหลัก
สำหรับตราสารหนี้ที่ลงทุนจะประกอบด้วยตราสารหนี้ภาครัฐกลุ่มความยั่งยืน, ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน รวมถึงตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่มีจุดประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับโครงการต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย
และล่าสุด!!! K-BL30-ThaiESG:กองทุนเปิดเค บาลานซ์ 30 ESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ที่จะมาเติมเต็มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง ซึ่งเตรียมเปิดเสนอขาย IPO ช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ โดยกองทุนอยู่ในกลุ่ม Conservative Allocationความเสี่ยงระดับ5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) มีนโยบาย “ลงทุนผสม” ในหุ้นและตราสารหนี้ยั่งยืน โดยลงทุนในหุ้นได้ไม่เกิน 30% ของ NAV
สำหรับหุ้นยั่งยืนที่ลงทุนนั้น พิจารณาจากรายชื่อบริษัทจดทะเบียนจากฐานข้อมูล ESG ได้แก่ SETESG index และ บริษัทจดทะเบียนที่มี Corporate Governance Rating ตั้งแต่ 5ดาว ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นสำคัญ
2 รางวัลตอกย้ำผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนในไทย จากเวที SET Awards 2024
สำหรับ การลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investment) เป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุน ที่เป็นแนวโน้มหลักที่จะกินระยะเวลาอีกยาวนาน ไม่ใช่แค่กระแสที่เกิดขึ้นวูบวาบแล้วหายไปแต่ประการใด
บลจ.กสิกรไทย เองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาเป็นเวลากว่า 10ปี นับตั้งแต่ปี 2013 โดยนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาปรับใช้ในทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการกองทุน และเป็น บลจ.แรก ของไทยที่เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment(UNPRI) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ (United Nations) และได้มีการจัดทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) เป็น บลจ.แรกของไทยเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการปฏิบัติตามหลักการลงทุนอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้เป็นอย่างดี
ล่าสุดบลจ.กสิกรไทย ยังสามารถคว้า 2รางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปีจากเวที SET Awards 2024 มาครองได้สำเร็จในคราวเดียวเป็นบลจ.แรกอีกด้วย ได้แก่
รางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมแห่งปี (Best Asset Management Company Awards) และ
รางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมแห่งปีด้านความยั่งยืน (Best Asset Management Company Awards - ESG)
ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็น ‘ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน’
ปัจจุบันปัญหาโลกเดือด ทำให้เกิดวิกฤติภูมิอากาศสุดขั้วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้โลกได้ตระหนักว่าการลงทุนแบบยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเป็นแค่หนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของทางรอด ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาอีกด้วย สำหรับนักลงทุนที่อยากจะมีส่วนร่วมในการรักษ์โลก พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน และยังได้ประโยชน์ทางภาษีด้วยนั้น เชื่อว่ากองทุน ThaiESG ทั้ง 3 สไตล์จาก บลจ.กสิกรไทย จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ครบทุกระดับความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888
หรือ ศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองได้ที่ www.kasikornasset.com
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าว / โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต