โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สะใภ้ร้อง ยันแม่สามี-ยายไม่ได้เสียชีวิตด้วยไซยาไนด์ ปมอ้างวางยา | ข่าวเย็นประเด็นร้อน

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 12.47 น. • TEROASIA
สะใภ้ร้อง ยันแม่สามี-ยายไม่ได้เสียชีวิตด้วยไซยาไนด์ ปมอ้างวางยา | ข่าวเย็นประเด็นร้อน

ข่าวเย็นประเด็นร้อน - สสจ.จันทบุรี ยืนยันเคสลูกสะใภ้ร้องแม่สามีและยาย ถูกวางยา ไม่ได้เสียชีวิตด้วยไซยาไนด์ แต่ยังรอผลตรวจอย่างละเอียดว่ามีสารเคมีอื่นในร่างกายอีกหรือไม่

ยันไม่ใช่ไซยาไนด์ ปมอ้างวางยา แม่-ยาย

จากกรณีเมื่อวานนี้ มีหญิงรายหนึ่งร้องไปยังเพจสายไหมต้องรอดว่า นางสมหมาย แม่สามี และคุณยาย ซึ่งเป็นยายของสามี ถูก นางหญิง ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ของนางสมหมาย วางยาพิษ ทำให้นางสมหมายเสียชีวิต ส่วนคุณยายช่วยรอดมาได้หวุดหวิด

โดยทางผู้ร้องอ้างว่า คุณยายช่วย ถูกวางยาก่อน ระหว่างที่ออกไปตลาดกับนางหญิง ส่วน นางสมหมาย นั้นถูกวางยาทีหลัง ขณะที่ไปเฝ้าไข้ดูอาการของคุณยายที่โรงพยาบาลพร้อมกับนางหญิง ขณะที่ นางหญิงเองก็ออกมาปฏิเสธว่า ตนไม่ได้เป็นคนวางยาใด ๆ แน่นอน

ล่าสุด นายแพทย์อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ได้ให้ข้อมูลกับทางทีมข่าวว่า ในตอนที่ นางสมหมาย ผู้เสียชีวิตถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลแหลมสิงห์นั้น มาในภาวะหมดสติไม่รู้สึกตัวและไม่มีชีพจร ทางโรงพยาบาลจึงได้ทำการใช้สารเคมีกระตุ้นและทำการฟื้นคืนชีพจนสำเร็จ ก่อนส่งตัวเข้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า เพื่อรักษาตัวต่ออย่างเร่งด่วน ทางทีมแพทย์ก็ได้มีการรับการร้องขอจากทางญาติในเรื่องของการตรวจสอบสารพิษในร่างกาย ทางโรงพยาบาลก็ได้มีการเจาะเลือดและส่งไปทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์เพื่อเพื่อหาสารพิษทันที ผลออกมาครั้งแรก พบเพียงสารเคมีที่เป็นส่วนผสมของยาที่ใช้ในการฟื้นคืนชีพผู้ป่วย

ในส่วนของไซยาไนด์ พบในปริมาณน้อยไม่เกินค่ามาตรฐานที่สามารถพบได้ในร่างกายของมนุษย์ปกติทั่วไป ในส่วนของคุณยายช่วย ทางทีมแพทย์ก็ได้มีการส่งผลไปตรวจเช่นเดียวกันหลังจากที่ทางญาติร้องขอ เนื่องจากมีอาการคล้ายคลึงกันกับนางสมหมาย ผู้เสียชีวิต ซึ่งการตรวจผลในแต่ละครั้งใช้เวลานาน แต่ทางทีมแพทย์ของสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ไม่นิ่งนอนใจ จะได้มีการเร่งติดตามผลและขอให้ทางทีมวิเคราะห์ได้วิเคราะห์โดยละเอียด เพื่อเพื่อไขข้อข้องใจให้กับทางผู้เสียหายว่า มีสารพิษ หรือสารเคมีแปลกปลอมในร่างกายของผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยอีกหนึ่งรายหรือไม่

ทั้งนี้จากสภาพศพของนางสมหมาย โดยรวมแล้วเป็นศพที่ไม่ใช่การเสียชีวิตจากสารพิษไซยาไนด์แน่นอน เนื่องจากไม่มีอาการปากดำ ปลายมือปลายเท้าดำ ซึ่งถ้าผลทุกอย่างออกมาเรียบร้อยแล้ว ทางทีมแพทย์จะได้มีการชี้แจงให้กับทางญาติโดยเร็วที่สุด

พี่สะใภ้ โต้ไม่ได้วางยา

ทีมข่าวลงพื้นที่ ไปบ้านของพี่สะใภ้ที่ถูกกล่าวหา ยืนยันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสารพิษใด ๆ ไม่ได้วางยาใคร พร้อมเผยว่า ปกติแล้วจะเป็นคนดูแล ขับรถไปรับไปส่ง คุณยายช่วย และ ป้าสมหมาย ซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ผัว ไปส่งทำธุระ ไปตลาด ไปโรงพยาบาล อยู่บ่อยครั้ง ส่วนประเด็นยายป่วยเข้าโรงพยาบาลก่อน วันนั้นพายายไปซื้อของที่ตลาด พอยายกลับขึ้นรถ ก็ได้กลิ่นเหม็น เหมือนยายถ่ายเลอะออกมา แล้วนั่งนิ่ง ต่อมาก็มีอาการเกร็ง จึงนำส่งโรงพยาบาล

ส่วนประเด็นทอง 1 บาท ของยายช่วย ที่บอกว่าตนเป็นคนเอาไปนั้น จริง ๆ แล้ว นางช่วย เป็นคนถอดสร้อยทองให้ตน ให้เอาไปจำนำกับร้านในพื้นที่ ส่วนประเด็นของผู้เสียชีวิตยอมรับว่า เป็นคนไปรับ แล้วไปเยี่ยมคุณยายที่โรงพยาบาลจริง ระหว่างรอขึ้นไปเยี่ยมคุณยาย ได้ชวนกันไปนั่งกินข้าวที่โรงอาหารภายในโรงพยาบาล ตอนนั้น ผู้เสียชีวิตเดินไปซื้อน้ำเปล่า 2 ขวด เพื่อมาดื่มคนละขวด ส่วนตนเดินไปซื้อราดหน้ามา 2 ชาม เพื่อมากินกันคนละชาม

ส่วนเรื่องของหนี้สินที่ตนโดนกล่าวหาว่าติดหนี้ ยอมรับเป็นหนี้จริง แต่เป็นหนี้ที่ไปหยิบยืมคนอื่นมา และส่งดอกเป็นรายวัน ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากการเล่นหวย และเอามาใช้จ่ายในครอบครัว การหยิบยืมเงินของผู้เสียชีวิตก็มีบ้าง แต่ผลัดกันยืม ตอนนี้หนี้ที่เหลือไม่มากแล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรจะฆ่าใคร เพื่อล้างหนี้

ติดตาม รายการ “ข่าวเย็นประเด็นร้อน” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00-17.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35

ชมผ่าน YouTube https://youtu.be/K9hzB5P7ZTs?si=hZnmTgFB9QHTdKZL

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...