โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เรือ Amerigo Vespucci เทียบท่าภูเก็ต เชื่อมสัมพันธ์ไทย-อิตาลี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 10.29 น.

เรืออเมริโก เวสปุชชี (Amerigo Vespucci) เรือใบที่สวยและเก่าแก่ที่สุดในโลกจากอิตาลี เลือกจอดเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิตาลี กว่า 156 ปี

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบุษดี สุวรรณรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย H.E.Mr.Paolo Dionisi(นาย เปาโล ดีโอนีซี) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย, Mr.Francesco Pensato กงสุลกิตติมศักดิ์อิตาลีประจำจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ และ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ทัพเรือภาคที่ 3/ศรชล.ภาค3 ขึ้นเยี่ยมชมเรือ Amerigo Vespucci โดยมี นาวาเอก Guiseppe Lai ผู้บังคับการเรือ Amerigo Vespucci และคณะ ให้การต้อนรับฯ ณ เรือ Amerigo Vespucci ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสดี เป็นวันสำคัญของจังหวัดภูเก็ตและถือเป็นวันสำคัญของประเทศไทยด้วย ที่เรือ อเมริโก เวสปุชชี ของอิตาลี โดยการนำของเอกอัครราชทูตและกัปตันเรือในการเดินเรือในรอบ 90 ปี ซึ่งไม่เคยเดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต และเป็นโอกาสสำคัญที่เข้ามาภูเก็ต เพื่อเฉลิมฉลอง 72 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะมีกิจกรรม งานเดินแฟชั่น ศิลปะมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นโอกาสดีของชาวจังหวัดภูเก็ต

ได้ถามทางกัปตันเรือว่า คนที่ไม่ได้ลงทะเบียนสามารถเข้ามาดูได้หรือไม่ ท่านบอกว่าสามารถ walk in เข้ามาได้เนื่องจากเมื่อเปิดลงทะเบียนทาง internet เกิดการ over จึงให้เดินเข้ามาได้ แต่อาจจะไม่ได้ขึ้นบนเรือทั้งหมด ถือว่าเป็นโอกาสดี เป็นขวัญตาของพวกเราที่ได้ขึ้นมาดูซึ่งคนต่างจังหวัดอาจจะไม่ทัน แต่คนภูเก็ตก็อยากให้ได้มาชมกัน เพราะเป็นเรือที่มีความเก่าแก่มาก เป็นเรือที่ใช้ในการฝึกนักเรียนนายเรือของอิตาลี และนักเรียนนายเรือของไทยได้ร่วมในคราวนี้จำนวน 8 นาย ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ เป็นโอกาสอันสำคัญ

ทางจังหวัดภูเก็ต ต้องกราบขอบพระคุณรัฐบาลอิตาลีโดยท่านทูตฯและกัปตันเรือ ที่ได้กรุณาเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่หนึ่ง ในการเดินทางมาฝึก และไม่ทราบอีกเมื่อไหร่จะเข้ามา จึงเป็นโอกาสสำคัญของพวกเราเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดภูเก็ตด้วยเพราะการเดินทางมาครั้งนี้ ใช้เวลาทั้งหมด 90 วัน ที่จะครบรอบ ในโอกาสนี้จังหวัดภูเก็ต ขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชน ถ้าท่านใดว่างแวะมาดูมาชมเป็นขวัญตา ซึ่งเรืออเมริโก เวสปุชชี จะออกจากภูเก็ตวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ และจะเดินทางต่อไปที่นครมุมไบ ประเทศอินเดีย”

ทางด้าน นายเปาโล ดีโอนีซี (H.E.Mr.Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเกียรติมากที่เรืออเมริโก เวสปุชชี เป็นเรือฝึกของนักเรียนนายเรือกองทัพเรืออิตาลีได้มาเยือนที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเรือลำนี้ออกเดินทางจากเมืองเจนัว (Genor) ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 และเดินทางรอบโลก โดยจะเดินทางกลับไปยังอิตาลีอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2568 รวมระยะเวลาการเดินทางของเรือลำนี้คือ 2 ปี

การที่เลือกเข้ามาภูเก็ต เป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศไทยและประเทศอิตาลีที่มีความสัมพันธ์มากกว่า 156 ปีเป็นความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่ง จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่คณะลูกเรืออเมริโก เวสปุชชี อยากจะเดินทางเข้ามามากที่สุด และมีนักเรียนนายเรือจากโรงเรียนนายเรือของไทยจำนวน 8 นายที่ได้ร่วมฝึกกับเรืออเมริโก เวสปุชชี ซึ่งนักเรียนนายเรือไทยเก่งมาก ขอชื่นชมอย่างยิ่ง”

นาวาเอก Guiseppe Lai ผู้บังคับการเรือ Amerigo Vespucci กล่าวว่า ยินดีต้อนรับสู่เรืออเมริโก เวสปุชชี เป็นความภูมิใจที่ได้มาที่จังหวัดภูเก็ตที่ถือว่าเรือมีอายุ 93 ปี ยังไม่เคยได้เดินทางข้ามมหาสมุทร Pacific แล้วมาเยือนประเทศไทย และ ทวีปเอเชียเป็นครั้งแรก

รู้สึกภูมิใจมากสำหรับกองทัพเรืออิตาลีและประเทศอิตาลีและหวังว่าชาวภูเก็ตและชาวไทยจะได้รับชมความสวยงามของเรืออิตาลีในครั้งนี้ และเมื่อวานนี้(5พ.ย.) ก่อนที่จะเทียบท่าที่จังหวัดภูเก็ตได้ล่องเรือผ่านเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ คนไทยโชคดีมากที่มีสวรรค์บนดิน โดยเป็นวันแรกที่อยู่ภูเก็ต จะได้ลงจากเรือเพื่อไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต”

ทางด้าน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว ได้เข้าแถวทยอยขึ้นชมความสวยงามของเรืออเมริโก เวสปุชชี ตามกำหนดการเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ระหว่างวันที่ 6-10 พฤศจิกายน นี้

ทั้งนี้ เรือ Amerigo Vespucci เป็นเรือของกองทัพเรืออิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและสำคัญต่ออิตาลีและโลก โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • การสร้างเรือ: Amerigo Vespucci ถูกสร้างขึ้นในปี 1930 โดยอู่ต่อเรือที่เมืองคาสตัมมาเร ดี สตาเบีย (Castellammare di Stabia) ใกล้เมืองเนเปิลส์ (Naples) ประเทศอิตาลี ตัวเรือออกแบบตามลักษณะของเรือสำเภาโบราณ แต่ถูกติดตั้งเทคโนโลยีทันสมัยสำหรับการฝึกทหารเรือ
  • เรือฝึกประจำกองทัพเรือ: เรือ Vespucci ถูกใช้เป็นเรือฝึกซ้อมของกองทัพเรืออิตาลีตั้งแต่ปี 1931 ถึงปัจจุบัน โดยใช้สำหรับฝึกนักเรียนทหารเรือในเรื่องการเดินเรือแบบโบราณผ่านการใช้ใบเรือ
  • ชื่อเรือ: เรือ Amerigo Vespucci ได้รับการตั้งชื่อตามนักสำรวจชาวอิตาลี Amerigo Vespucci ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการค้นพบทวีปอเมริกา ชื่อของเขายังเป็นที่มาของชื่อทวีปอเมริกาด้วย
  • ฉายา “เรือที่สวยงามที่สุดในโลก”: ในปี 1962 เรือ Amerigo Vespucci ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เรือที่สวยที่สุดในโลก” หลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯได้พบกับเรือลำนี้ และส่งสัญญาณถามว่า “คุณคือเรือประเภทใด?” และได้รับคำตอบว่า “เราเป็นเรือ Amerigo Vespucci แห่งกองทัพเรืออิตาลี” ฝ่ายอเมริกันตอบกลับด้วยคำชื่นชมว่า “You are the most beautiful ship in the world”
  • การเดินทางรอบโลก : Amerigo Vespucci ได้เข้าร่วมในภารกิจทางการทูตและวัฒนธรรมที่สำคัญหลายครั้ง เรือได้แวะเยี่ยมท่าเรือหลายแห่งทั่วโลกเพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของอิตาลี อีกทั้งยังใช้ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านทางการแสดงนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมบนเรือ
  • การออกแบบและสถาปัตยกรรม: ตัวเรือ Amerigo Vespucci เป็นตัวอย่างที่สวยงามของการออกแบบเรือใบคลาสสิก ลำเรือทำจากเหล็กและไม้ในสไตล์เรือสำเภายุคศตวรรษที่ 19 ด้วยรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่งดงามและงานศิลป์บนเรือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

เรือลำนี้จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอิตาลี รวมถึงเป็นมรดกทางทะเลที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการฝึกทหารเรือและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรือ Amerigo Vespucci เทียบท่าภูเก็ต เชื่อมสัมพันธ์ไทย-อิตาลี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...