รถถัง เปิดใจครั้งแรกโต้มัวแต่เตะบอลจนตกตาชั่ง พร้อมชกดีที่สุดให้แฟนกลับมารัก เล็งเลื่อนรุ่น
รถถัง เปิดใจครั้งแรกโต้มัวแต่เตะบอลจนตกตาชั่ง พร้อมชกดีที่สุดให้แฟนกลับมารัก เล็งเลื่อนรุ่น
วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ One City Centre นักมวยดัง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจครั้งแรกหลังตกตาชั่ง ที่มีคิวจะป้องกันแชมป์ ครั้งที่ 6 กับ จาค็อบ สมิธ นักชกจากสหราชอาณาจักร ในการแข่งขัน ONE 169 ที่จะจัดขึ้น ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันที่ 9 พ.ย.67 เวลา 08.00 น. ทำให้ต้องเสียแชมป์ไป
โดยรถถังกล่าวว่า หลังจากตกตาชั่ง จากนี้ก็เดินหน้าต่อไป ขอโทษแฟนๆ ที่ผิดหวัง พูดอะไรไม่ได้นอกจากขอโทษ ซึ่งตนก็ผิดหวัง แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป
เมื่อถามว่าเกิดความผิดพลาดมาจากจุดไหน รถถังกล่าวว่า รอบแรกมั่นใจมากว่าต้องผ่าน ค่าน้ำผ่าน ก็คิดว่าน้ำหนักจะพอดี แต่มันไม่ถึง 0.5 มันนิดเดียวจริงๆ พอไปทำรอบ 2 ก็ยอมรับว่าไม่สามารถรีดน้ำในตัวได้อีก เราทำเต็มที่สุดความสามารถ มั่นใจรอบแรก พอรอบ 2 เวลา 1-2 ชม.น้ำในตัวกลับคืนมาไม่ทันแน่นอน รอบ 2 ค่าน้ำไม่ผ่าน ถ้าน้ำหนักผ่านก็ชกไม่ได้อยู่ดี
เมื่อถามว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเก็บตัว รถถังระบุว่า ตนเชื่อมั่นร่างกาย ซ้อมเต็มที่ ถ้ารู้ตัวว่าทำไม่ไหว ก็ขอให้บอสชาตรี ให้ผมป้องกันแชมป์อีกครั้ง ก็เป็นโอกาสสุดท้ายของผมในรุ่นนี้ ซึ่งต้องรอดูบอสชาตรี อนาคตอาจขึ้นไป 140-145 ปอนด์ เคลื่อนไหวบ่อยๆ ก็อาจกลับมา 135 ปอนด์ได้
“ขอโทษทุกคน อยากให้เชื่อใจว่าผมเป็นนักมวยธรรมดา ที่อยากสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ขอโทษคนไทยที่ทำให้ผิดหวัง ไม่มีอะไรนอกจากขอโทษ แต่เชื่อเถอะว่าผมรักมวยไทย ยืนยันมีความมั่นใจเหมือนเดิม มุ่งมั่นวันข้างหน้า ทำให้ดีที่สุด อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วก็ให้ผ่านไป วันชกจะทำเต็มที่กลับมาทำให้แฟนๆ รักผมอีกครั้ง ถ้าผมชนะแชมป์ก็จะว่าง ผมยังมีโอกาสกลับมาชิงแชมป์ในรุ่น 135 ปอนด์” รถถังกล่าว
ยอดมวยไทยกล่าวอีกว่า ยังเชื่อว่าจะกลับมาได้ แต่ก็ต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ ไม่ว่ากีฬาไหน ถ้าดองไว้นานๆ ไม่ได้เคลื่อนไหว ก็ทำให้ร่างกายเราไม่เหมือนเดิม ถ้าขึ้นมา 140-145 ปอนด์ ก็กลับมาเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม
เมื่อถามว่ามีทัวร์ไปลงถึงภรรยา รถถังกล่าวว่า ผมว่ามันไม่ใช่หรอกครับ อย่างที่เห็นไม่ได้ด่าแค่ผม ทุกคนทำงานหรือเล่นกีฬา ก็รู้ตัวเอง ตั้งใจซ้อม พี่ๆ ก็เห็นว่าเนื้อตัวผมดีขึ้น ไม่ได้อยู่ว่าอยู่ค่ายไหน ผมดูแลตัวเองตั้งแต่อยู่วันแชมเปี้ยนชิพ
เมื่อถามว่ามีคนระบุว่าเป็นเพราะไปเล่นฟุตบอล รถถังกล่าวว่า ความจริงผมไม่ได้รับงานอื่นๆ เดือนกว่า ส่วนเล่นฟุตบอล ทุกคนก็สามารถเล่นได้ และไม่ได้เล่นทั้งวัน ทุกคนมีเวลาว่าง ผมซ้อมมวยก็ไม่ได้ซ้อมทั้งวัน เตะบอลก็ไม่ได้เตะทั้งวัน แต่เวลาผมไป เขาชอบเล่นคอนเทนต์ผม มันก็เลยขึ้นฟีด แต่ผมไม่ได้ไปเล่นทุกวัน เวลาไปเล่นก็เหมือนไปลีนตัวเอง
เมื่อถามว่า จะเล่นบอลน้อยลงไหม รถถังกล่าวว่า ไม่ครับ ผมไม่คิดว่าจะต้องปฏิเสธกีฬา คิดว่าทุกกีฬามันดีกับชีวิตเรา มันไม่ใช่ว่าชกเสร็จไปเที่ยวกินเหล้าเมาเบียร์ ไปเล่นบอลก็แค่วิ่งออกกำลังกาย ไม่ได้ปะทะอะไรเลย
ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล ซ้อมมวยมันก็เริ่มจากวิ่ง ผมเล่นบอลก็วิ่ง เป็นบอลผู้สูงอายุด้วยซ้ำ อย่าไปมองในมุมฟุตบอลอย่างนั้น กีฬาทุกกีฬา ก็น่าไขว่คว้า น่าเล่นหมด
“ฝากแฟนๆ วงการมวยเรามีกันแค่นี้ อยากให้ส่งเสริม ให้กำลังใจนักมวยไทย คนมาเป็นนักมวย ไม่ได้มีเงินมีทอง เขามาในหน้าที่การเงิน เพื่อดูแลครอบครัว ก็อยากได้กำลังใจ ทุกคนทำงานก็อยากได้เงินเดือนไปจุนเจือครอบครัว ผมมาชกมวยก็ได้ชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ต่อไปผมเลิกก็ให้รุ่นใหม่ๆ ได้ต่อยอด ผมอยากให้ทุกคนให้กำลังใจตรงนี้” รถถังกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถถัง เปิดใจครั้งแรกโต้มัวแต่เตะบอลจนตกตาชั่ง พร้อมชกดีที่สุดให้แฟนกลับมารัก เล็งเลื่อนรุ่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th