“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”…มีหลักการง่ายๆ คือ “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 09.10 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์Where2put Ur Money:“การเงินส่วนบุคคล” เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนบริหารจัดการเงินของคนแต่ละคนโดยเริ่มต้นตั้งแต่การหาได้ การเก็บออม การจัดสรรรายได้ และการใช้จ่ายอย่างถูกวิธี อันจะนำมาซึ่งหลักประกันทางการเงินที่มั่นคง และทำให้สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตามที่ต้องการได้ นอกจากนี้ ยังคลอบคลุมไปถึงเรื่องการลงทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งซึ่งจะนำไปสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ในที่สุด จึงอาจกล่าวสรุปได้ว่า “การเงินส่วนบุคคล” เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเตรียมความพร้อมในการนำพาชีวิตของคนแต่ละคนไปสู่ความมั่นคง และความมั่งคั่งตามที่คนทุกคนต่างใฝ่ฝันหา
ในขณะที่ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นคำสอนที่ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9” ได้มีพระราชดำรัสชี้แนะให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่ประชาชนชาวไทยเพื่อที่จะได้นำไปปฎิบัติใช้ให้เกิดประโยชน์สุขแก่ตนเองภายใต้สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป
โดย “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่ยึดหลักการดำเนินชีวิตบนทางสายกลางเพื่อชีวิตที่มีความสุขแบบมั่นคง และยั่งยืน ซึ่งอาศัยหลักการง่ายๆ คือ “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” อันประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการคือ “พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี” ซึ่งตั้งอยู่บนเงื่อนไข 2 ข้อคือ “ความรู้” และ “คุณธรรม” ที่สามารถนำไปใช้ได้กับประชาชนในทุกระดับชั้น
แม้ว่า ทั้งสองเรื่องข้างต้นอาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า สามารถนำเรื่อง “การเงินส่วนบุคคล” มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ได้ ดังนี้
- ความพอประมาณได้แก่ การเลือกดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ที่ตนเองมีอยู่ มีน้อย ใช้น้อย มีมากใช้มากได้ แต่ก็ไม่ได้ห้ามใช้เงินที่หามาด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้ให้เป็นไปตามอัตภาพของตน ไม่ใช้จ่ายจนเกินตัว แต่ก็ต้องไม่ตะหนี่ถี่เหนียวเกินเหตุ และรู้จักออมเงินในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ ต้องไม่โลภ ไม่ลงทุนเกินตัว และไม่กู้เงินมาลงทุน
“ทั้งนี้ หากคนเราถ้ารู้จักพอในความต้องการของตน ก็จะมีความโลภน้อยลง และเมื่อมีความโลภน้อยลงก็ย่อมจะเบียดเบียนคนอื่นน้อยลงไปด้วย”
-ความมีเหตุผลได้แก่ การประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับความถนัดของตน รู้จักสร้างสมดุลระหว่างชีวิตทำงาน และชีวิตส่วนตัว มีการตั้งเป้าหมายในการออมเงิน ยึดหลักประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย คิดก่อนใช้จ่าย และใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด ตลอดจนไม่ก่อหนี้ก่อสินจนเกินตัว
“นอกจากนี้ ต้องไม่หลงเชื่อใครง่ายๆ ต้องรู้จักลงทุนอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช้อารมณ์ หรือลงทุนตามกระแส ที่สำคัญก็คือ หากจะลงมือทำอะไรก็ตามก็ต้องมีการศึกษา และวางแผนให้เป็นอย่างดีเสียก่อน”
-การมีคุ้มภูมิกันในตัวที่ดีได้แก่ การดำรงชีวิตที่ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท รู้จักป้องกันความเสี่ยง และมีความพร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น มีการออมเงินเพื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน รวมถึงมีวินัยทางการเงิน นอกจากนี้ ต้องรู้จักลงทุนด้วยความระมัดระวัง และมีการศึกษาในสิ่งที่สนใจเป็นอย่างดีก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนเสมอ
-เงื่อนไขความรู้ ได้แก่ รู้จักคุณค่าของเงิน มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการเงินที่ดีพอ รู้วิธีการทำมาหาได้ รู้จักสมการเงินออม ตลอดจนรูปแบบการออมเงินที่ถูกต้อง มีความรู้ในเรื่องการวางแผนอุปโภคบริโภค การใช้จ่าย และเรียนรู้วิธีการบำรุงรักษา ตลอดจนวิธีการใช้งานของทรัพย์สินต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
“นอกจากนี้ ต้องหมั่นฝึกฝนพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถของตนในเรื่องการเงินการลงทุนให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
-เงื่อนไขคุณธรรม ได้แก่ การยึดหลักมงคลชีวิตในการทำงาน มีความซื่อสัตย์สุจริต หลีกเลี่ยงวิธีการหาเงิน หรือการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนผิดหลักศีลธรรมอันดีงาม รู้จักแบ่งปันคืนให้แก่สังคม รวมถึงผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า มีความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะออมเงิน และรู้จักคุณค่าของทรัพย์สินที่ตนเองมีอยู่ โดยใช้สิ่งของอย่างระมัดระวัง และทะนุถนอม
แน่นอนว่า การนำเรื่อง “การเงินส่วนบุคคล” มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง และความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนแล้ว หากยังช่วยลดปัญหาทางการเงิน หรือผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดฝันในอนาคตลงได้อีกด้วย