โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผอ.แจงครูไม่ได้ทำรุนแรงกับ น.ร. ยันพื้นอาคารลื่น ผู้ปกครองรับลูกสมาธิสั้น เตรียมหาหมอ 21 มิ.ย.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 พ.ค. 2565 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2565 เวลา 10.40 น.

ผอ.โรงเรียนลาดยาววิทยาคมแจง ครูไม่ได้ทำรุนแรงกับนักเรียน ยันพื้นอาคารลื่น ครูดึงมือจนเด็กอาจจะล้ม ผู้ปกครองรับลูกสมาธิสั้น เตรียมหาหมอ 21 มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากเพจเฟซบุ๊ก สหพันธ์นักเรียน นครสวรรค์ เผยคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นการกระทบกระทั่งกันระหว่างครูกับลูกศิษย์ โดยครูกำลังยืนตะคอกนักเรียนที่นั่งอยู่กับพื้น สั่งให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกระชากมือนักเรียนคนนั้นแล้วลากไปกับพื้นอาคารเรียน ทั้งนี้ มีช่วงหนึ่งที่นักเรียนกำลังจะใส่รองเท้าเพื่อลุกขึ้น แต่กลับถูกครูคนดังกล่าวกระชากให้ลงไปนั่งกับพื้นอีก สุดท้ายครูพานักเรียนคนดังกล่าวเดินออกไปจากอาคารเรียนทันที พร้อมกันนี้มีการบรรยายข้อความและติดแฮชแท็ก #ANS4HumanRights #โรงเรียนเหลืองขาวประจำอำเภอลาดยาว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปทางโรงเรียนที่เกิดเหตุคือ โรงเรียนลาดยาววิทยาคม อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐชื่อดังประจำอำเภอ โดย นายไพบูลย์ เขียนประเสริฐ ผอ.โรงเรียนลาดยาววิทยาคม เปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวสืบเนื่องจากครูประจำชั้น ม.2 แจ้งว่าเด็กนักเรียนที่ปรากฏในคลิปมีปัญหาไม่มาเรียน และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอยู่บ่อยครั้ง จึงได้ประสานให้ครูที่ปรึกษาไปพูดคุยกับเด็กเพื่อสอบถามปัญหา แต่ปรากฏว่าครูที่ปรึกษากลับถูกเด็กนักเรียนคนดังกล่าวตอกกลับไม่ให้มายุ่ง และให้ไปดูแลลูกของคุณครูให้ดีก่อน

นายไพบูลย์กล่าวว่า ครูที่ปรึกษาไม่ได้โกรธนักเรียนคนนั้น แต่กลับฉุกคิดว่านักเรียนน่าจะมีปัญหาซ่อนอยู่ลึกๆ จึงติดต่อพูดคุยกับผู้ปกครอง จนมีความเห็นว่าเด็กอาจจะมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นและสภาพจิตใจ และผู้ปกครองยินยอมให้นักเรียนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและประเมินของโรงเรียน ซึ่งได้เรียกนักเรียนให้มาพบครูที่ฝ่ายกิจการนักเรียน แต่เด็กไม่ยอมมาพบ ทำให้ครูต้องออกไปตามหาแล้วไปเจอที่อาคารเรียนหลังหนึ่ง ทำให้เกิดเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในคลิป

“สำหรับเหตุการณ์วันนั้น ยืนยันว่าครูไม่ได้ทุบตี หรือทำร้ายนักเรียน แต่ช่วงจังหวะนั้นครูได้ไปดึงมือนักเรียน ทำให้นักเรียนลื่นล้ม ภาพในคลิปอาจจะดูว่ารุนแรงมาก แต่ไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน เพราะพื้นอาคารเรียนหลังนั้นเป็นพื้นไม้ขัดมัน หากไม่ระวังก็อาจจะล้มได้ง่ายๆ เคยมีนักเรียนลื่นล้มมาแล้วบ่อยครั้ง และวันนั้นนักเรียนคนนี้ใส่ถุงเท้าอยู่ด้วย ทำให้ลื่นล้มง่ายขึ้น จนเกิดดูเป็นภาพที่รุนแรง” ผอ.โรงเรียนลาดยาววิทยาคมยืนยัน

ผอ.โรงเรียนลาดยาววิทยาคมกล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่องขึ้นทางโรงเรียนได้ติดต่อไปยังผู้ปกครองเด็กเพื่ออธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และผู้ปกครองก็เข้าใจ อีกทั้งในวันถัดมาก็เชิญผู้ปกครองมาคุยกันที่ห้องทำงานของตนแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า เด็กนักเรียนคนนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการทดสอบด้วยการพาไปโรงพยาบาลลาดยาว และเข้าทำการทดสอบตามขั้นตอนของแพทย์ กระทั่งพบว่าเด็กมีปัญหาเรื่องสภาวะทางจิต โรงเรียนและผู้ปกครองจึงร่วมกันทำเรื่องส่งเด็กคนนี้ไปบำบัดปรับสภาพจิตที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โดยมีกำหนดพบแพทย์วันที่ 21 มิถุนายน

“สำหรับเหตุการณ์นี้ ผมอยากจะบอกว่าการตัดสินว่าใครผิด ใครถูก หรือว่าใครเป็นยังไงมันใช้ความรู้สึกตัดสินกันไม่ได้ อย่างเช่นเด็กคนนี้ เรามารู้ว่าเขามีสภาวะทางด้านอารมณ์ ทำให้เราต้องเข้าใกล้และดูแลเขาอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับครูก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลนักเรียนให้ดีเช่นกัน แม้บางครั้งภาพที่ปรากฏออกมาอาจดูมีความรุนแรง แต่จริงๆ แล้วครูทำไปเพราะความเป็นห่วง เพราะจะต้องทำให้นักเรียนอยู่ในกรอบของระบบการศึกษา เล่าเรียนหนังสือจนจบ

“ส่วนครูคนนี้ ปกติเขาก็เป็นคนเสียงดังอยู่แล้ว แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นบทเรียนสำคัญ ผมได้เรียกครูคนนี้มาพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีและแนวทางในการเข้าหานักเรียนให้ดูนุ่มนวลขึ้นแล้ว” นายไพบูลย์กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปที่ นายแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่ปรากฏในคลิป ได้รับการเปิดเผยว่า ลูกชายมีปัญหาระหว่างเรียนจริง มีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาแล้ว อีกทั้งยังมีพฤติกรรมแสดงอาการต่อต้านทุกครั้งเมื่อพ่อแม่ใช้ให้ทำอะไร ยิ่งพ่อแม่ใช้น้ำเสียงดุเขาก็ยิ่งต่อต้านมากขึ้น ตนรู้พฤติกรรมลูกอยู่แล้ว จึงไม่ได้ติดใจอะไรกับโรงเรียน

นายแก้วกล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคลิปได้สอบถามลูกชายแล้ว ได้ความว่าขณะนั้นเขากำลังจะเข้าห้องไปเรียนวิชาที่เขาชอบมาก แต่กลับถูกอาจารย์มาตามให้ไปที่ห้องกิจการนักเรียน ทำให้เขาเกิดอาการต่อต้าน ตีมึนนั่งนิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดกับอาจารย์ว่าต้องการเรียนวิชาที่ชอบ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน แต่หลังจากวันนั้น ตนและลูก รวมถึงคุณครู ต่างก็เข้าใจกันดีแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...