EGCO เมื่อโรงไฟฟ้ากำลังผลิตหลายพันเมกะวัตต์ กำลังหนุนให้กำไรสุทธิปี 65 ทะลุ1.7 หมื่นล้านบาท
โดยหากย้อนไปดูความเคลื่อนไหวของหุ้น EGCO ในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หรือตลอดในช่วงที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น EGCO ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 13 พ.ค. จะพบว่าราคาหุ้น ยังคงติดลบอยู่ 2% แต่อย่างไรก็ตามหากย้อนไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 65 ราคาหุ้นสามารถยืนแข็งแกร่งต่อสู้กับภาวะตลาดหุ้นที่โดนกระหน่ำขายได้อย่างดี ซึ่งในวันนั้นราคาหุ้น EGCO ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปกว่า 6.52 % หรือราคาบวกไปกว่า 10.50 บาทต่อหุ้น ปิดตลาดที่ 171.50 บาท
สิ่งที่ทำให้ราคาหุ้น EGCO ปรับตัวเพิ่มขึ้น เหมือนยักษ์หลับ กลายเป็นยักษ์ตื่นได้เพียงแค่ชั่วข้ามวันนั้น ส่วนหนึ่งคงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นเพราะการประกาศผลการดำเนินงวดไตรมาส 1/65 ที่มีกำไรสุทธิเติบโตเหนือความคาดหมาย นั่นเป็นเพราะ โรงไฟฟ้าพาจู อีเอส และบริษัทผลิตไฟฟ้าขนอม มีปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อหุ้น ลินเดน ทอปโก้ และบริษัท เอเพ็กซ์ คลีน จึงทำให้ EGCO มีกำไรสุทธิ 4,1150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 603%
ต้องบอกก่อนเลยว่า เป็นไปได้ไม่ง่ายเลยที่บริษัทขนาดใหญ่ ที่จะมีอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิที่หลายร้อยเปอร์เซนต์แบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามคงจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ในลำดับถัดไป EGCO ยังจะมีความสามารถปั้นกำไรให้เติบโตแบบพุ่งแรงแบบนี้ต่อไปได้หรือไม่ โดยสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนพอจะรู้ก่อนได้คือ ความเห็นจากนักวิเคราะห์ว่าจะมีมุมมองต่อหุ้น EGCO ในอนาคตอย่างไรบ้าง
และที่น่าสนใจคือในปีนี้เองนักวิเคราะห์ 2 แห่งประเมินกำไรสุทธิงวดปี 65 ของ EGCO ว่ามีโอกาสที่จะทำได้เกินระดับหมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูก็จะพบว่าถ้า EGCO ทำกำไรสุทธิได้ในระดับกล่าว จะถือว่าสูงสุดในรอบ 3 ปีเลยทีเดียว ซึ่งก็เท่ากับว่าผลกำไรของ EGCO ต่อจากนี้กำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง
เปิดมุมมองจากนักวิเคราะห์
สำหรับมุมมองในอนาคต นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยังคงคำแนะนำ ซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายที่ 245 บาท โดยเชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันของ EGCO หากต่ำกว่า 170 บาทนั้น น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่ง และโมเมนตั้มการเติบโตของกำไรสุทธิที่คาดว่าจะเห็นในปี 2565-2566 จากการฟื้นตัวของกำไรของโรงไฟฟ้า
โดยคาดการณ์กำไรสุทธิของ EGCO ในปี 65 หลักๆแล้วจะมาจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติพาจู กำลังผลิต 1,823 MW ที่ประเทศเกาหลีใต้ และโรงไฟฟ้าไซยบุรี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดกำลังผลิต 1,280 MW และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน กำลังผลิต 644 MW ที่จะจ่ายไฟเข้าระบบในไตรมาส 2/65 รวมถึงโรงไฟฟ้าอื่นๆที่ยังมีประสิทธิภาพในการพร้อมจ่ายไฟ รวมถึงการเริ่มทยอยรับรู้รายได้แบบเต็มปีจากโครงการโรงไฟฟ้า 2 แห่งที่สหรัฐ Linden และ Apex ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการในปี 64 ซึ่งประเมินว่าในปี 65 ทาง EGCO จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 316% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,104 ล้านบาท
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานปกติงวดไตรมาส 2/65อาจจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/65ซึ่งจะอยู่ที่ระดับ 1.2-1.7พันล้านบาท เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพาจูที่ทำไว้ในงวดไตรมาส 1/65ที่ทำได้สูงถึง 2.8พันล้านบาท จะหายไป เพราะมีแผน shutdown ทั้งโรงไฟฟ้ากำลังการผลิตที่ 1.8พันเมกะวัตต์ เป็นระยะเวลากว่า 30วัน
อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วง low season ของการซื้อขายไฟฟ้าในเกาหลีใต้ซึ่งจะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าต่ำลง แต่อย่างไรก็ตามคาดจะได้ในส่วนของโรงไฟฟ้าที่ shutdown ในงวดไตรมาส 1/65 ที่สามารถกลับมาเดินเครื่องปกติในงวดไตรมาส 2/65 ช่วยหนุนไว้บ้าง อาทิ โรงไฟฟ้าเคซอน รวมถึงคาดจะเริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 1 (644 MW ซึ่ง EGCO ถือหุ้น 25%) ในเดือน มิ.ย. 65เป็นครั้งแรก แต่อาจจะยังไม่มีนัยฯเพราะยังไม่ใช่ช่วงฤดูน้ำ คงต้องรอกำไรเข้ามาในช่วงครึ่งหลังปี 65
เบื้องต้นนักวิเคราะห์ยังคงประมาณการ ประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2565 เท่ากับ 214 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ โดยให้น้ำหนักลงทุนไปที่ปันผลที่จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ปีละ 2 ครั้ง โดยมี Dividend Yield เฉลี่ยอยู่ราว 4% ต่อปี ซึ่งประเมินกำไรงวดปี 65 จะทำได้ 9,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% จากปี 64