โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดราม่าจบแล้ว “เต วรากร” กราบขอขมา “อ.สกล” จับมือเดินหน้าต่อ

INN News

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 04.23 น. • INN News

ดราม่า “หมอนทองวิทยา” คลี่คลาย “เต วรากร” เข้าขอขมา “อ.สกล” เปิดใจทั้งสองฝ่าย เดินหน้าพัฒนาเยาวชนฟุตบอลไทย

ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นระหว่างโรงเรียนหมอนทองวิทยา นักเตะเยาวชนชื่อดัง “เต วรากร ช่างเขียนดี” และ “อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ” ได้คลี่คลายลงเป็นที่เรียบร้อย หลังจากทุกฝ่ายได้พูดคุยปรับความเข้าใจกัน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าทำหน้าที่พัฒนาเยาวชนฟุตบอลไทยต่อไป

ก่อนหน้านี้ โรงเรียนหมอนทองวิทยาตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากที่อาจารย์สกลตัดสินใจแยกทางจากโรงเรียน เพื่อไปทำหน้าที่กับโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล โดยการย้ายทีมในครั้งนั้นมีนักเรียนบางส่วนตัดสินใจย้ายตามอาจารย์ไปยังโรงเรียนแห่งใหม่ ขณะที่นักเรียนอีกส่วนหนึ่งยังคงเลือกเรียนและฝึกซ้อมอยู่กับโรงเรียนหมอนทองวิทยาเช่นเดิม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอล ผู้ปกครอง และผู้ติดตามวงการฟุตบอลเยาวชนเกิดความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย บางส่วนเข้าใจการตัดสินใจของนักเรียนที่เลือกย้ายตามอาจารย์ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่านักเรียนควรพิจารณาอนาคตของตนเองเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดกระแสถกเถียงและดราม่าในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา

หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “เต วรากร ช่างเขียนดี” ดาวเตะตัวเก่งของโรงเรียนหมอนทองวิทยา ซึ่งตัดสินใจไม่ย้ายโรงเรียนตามอาจารย์สกล จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และถูกโจมตีจากผู้ติดตามบางส่วน

ต่อมา เต วรากร ได้ออกมาไลฟ์สดชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่เคยลืมบุญคุณของอาจารย์สกล รวมถึงครูทุกคนที่มีส่วนในการฝึกสอนและผลักดันให้เขาเติบโตในเส้นทางฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก

“ผมไม่เคยลืมบุญคุณอาจารย์สกล และอาจารย์ทุกคนที่สอนผมมาตั้งแต่เด็ก” เตกล่าวระหว่างการไลฟ์สด

เจ้าตัวยังอธิบายถึงเหตุผลที่เลือกอยู่เรียนต่อที่หมอนทองวิทยา ว่าเป็นการตัดสินใจที่คิดไว้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยต้องการลองเส้นทางและประสบการณ์ใหม่ ๆ อีกทั้งยังต้องการรักษาคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับครอบครัว

“ผมตัดสินใจจะอยู่หมอนทองมานานแล้ว เพราะอยากลองอะไรใหม่ ๆ และผมก็เคยบอกครอบครัวไว้ว่า หมอนทองวิทยาจะเป็นโรงเรียนสุดท้ายของผมในระดับมัธยม”

นอกจากนี้ เตยังออกมาปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ว่า มีผู้เสนอเงินให้เขาอยู่กับโรงเรียนหมอนทองวิทยาต่อ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของตนเองล้วน ๆ

“ข่าวลือที่บอกว่ามีคนให้เงินให้อยู่ต่อ ไม่จริงเลยครับ ผมอยู่ด้วยใจ ถ้าผมไม่ได้อยู่ด้วยใจ ทุกคนคิดว่าผมจะมีความสุขไหม”

เตยังกล่าวถึงกรณีที่หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ได้เดินทางไปส่งอาจารย์สกลในวันที่มาเก็บของออกจากโรงเรียน โดยอธิบายว่าในวันดังกล่าวตนไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เนื่องจากกลับไปพักฟื้นและกายภาพร่างกายที่บ้าน

“วันนั้นผมไม่อยู่ครับ ผมกลับไปกายภาพร่างกายที่บ้านตั้งนานแล้ว ถ้าผมอยู่ผมไปส่งอาจารย์แน่นอน”

อย่างไรก็ตาม กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นกลับลุกลามไปถึงครอบครัวของเขา ซึ่งเตยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่เข้าใจ

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมดราม่าถึงไปลงที่ครอบครัวผมหนักขนาดนั้น”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เต วรากร ได้เดินทางเข้ากราบขอขมาอาจารย์สกล ก่อนที่อาจารย์จะอำลาโรงเรียนหมอนทองวิทยาไปทำหน้าที่กับโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล โดยภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์และกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว

ในคลิปวิดีโอ อาจารย์สกลได้กล่าวให้กำลังใจศิษย์รักด้วยความเข้าใจว่า

“อย่าไปคิดอะไรมากมายลูก ไม่มีใครทำอะไรเราได้หรอก เอ็งก็รู้ว่าชีวิตเราโค้งสุดท้ายแล้ว ครูเข้าใจเอ็งนะ”

พร้อมให้คำแนะนำถึงเส้นทางชีวิตและการทำงานในอนาคตว่า

“โชคเป็นของผู้กล้า เอ็งกล้าไหม กล้าที่จะผจญภัย กล้าที่จะทำงาน แล้วชีวิตเอ็งจะประสบความสำเร็จ”

ก่อนจะกล่าวปิดท้ายด้วยคำพูดสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นว่า
“ไม่เป็นไรลูก อภัยนะ”

หลังจากนั้น เต วรากร ได้ยกมือไหว้และเข้าสวมกอดอาจารย์สกล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ

ขณะเดียวกัน ชมรมฟุตบอลศิษย์โรงเรียนหมอนทองวิทยา และชมรมฟุตบอลโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ก็ได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย พร้อมจับมือร่วมกันเดินหน้าพัฒนาเยาวชนฟุตบอลไทยต่อไป ถือเป็นการปิดฉากดราม่าที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาอย่างสวยงาม

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...