“เกาหลีใต้” เล็งใช้เพดานราคาน้ำมันครั้งแรกในรอบ 30 ปี หลังราคาพลังงานพุ่ง
ปธน.เกาหลีใต้ เรียกร้องรัฐบาลเร่งใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมัน สกัดต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันโลกเข้าใกล้ 120 ดอลลาร์
วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 11.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวระหว่างการประชุมเศรษฐกิจฉุกเฉินเมื่อวันจันทร์ว่า ทางการควรเร่งดำเนินการและใช้มาตรการเพดานราคาน้ำมันอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาที่เกินความเหมาะสม
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 20565 หลังความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยประเทศผู้ผลิตในภูมิภาคเริ่มลดกำลังการผลิต ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดแทบทั้งหมด และสหรัฐยังส่งสัญญาณอาจยกระดับความขัดแย้งเพิ่มเติม
เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด โดยประมาณ 70% ของน้ำมันที่นำเข้าเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันครั้งนี้จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงานภายในประเทศ และจะเป็น ครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ที่รัฐบาลใช้มาตรการลักษณะนี้
ข้อมูลจาก Korea National Oil Corp. ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยตามสถานีบริการในประเทศอยู่ที่ 1,895.32 วอนต่อลิตร หรือประมาณ 1.27 ดอลลาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นประมาณ 12% จากระดับ 1,692.89 วอนต่อลิตร เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่สหรัฐจะเริ่มโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน
ด้าน คิม จอง-กวาน รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ระบุว่ารัฐบาลสามารถนำมาตรการเพดานราคาน้ำมันมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ตลาดเลวร้ายลง โดยขณะนี้การเตรียมการส่วนใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว
มาตรการระยะสั้นของรัฐบาลจะเริ่มจากการ ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 ล้านบาร์เรล หรือเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศมากกว่า 210 วัน
นอกจากนี้รัฐบาลยังได้เรียกประชุมผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันและภาคอุตสาหกรรม เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาพลังงาน พร้อมเตือนบริษัทต่าง ๆ ไม่ให้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเกินความเหมาะสมจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันโลก
ขณะเดียวกันทางการกำลังเตรียมมาตรการสำรองด้านอุปทาน หลังบริษัทปิโตรเคมี Yeochun NCC ประกาศภาวะ force majeure เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการนำเข้า แนฟทา (naphtha) ถูกกระทบจากความปั่นป่วนในตะวันออกกลาง
เกาหลีใต้ยังเดินหน้าหาแหล่งนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคอื่นเพื่อลดความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ โดย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เสนอจัดส่งน้ำมันดิบผ่านเส้นทางที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบดังกล่าวแล้ว
อ้างอิง : bloomberg.com