โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ยูเอ็นเอสซี’ เปิดประชุมด่วน หารือ ‘สงครามอิหร่าน’ ร้องหยุดรบทันที

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"ยูเอ็นเอสซี" เปิดประชุมด่วน หารือ 'สงครามอิหร่าน' เลขาฯ ยูเอ็นประณามสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน ย้ำเจรจาอย่างสันติคือทางออก พร้อมเรียกร้องยุติการสู้รบในทันที

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี เปิดประชุมวาระฉุกเฉินเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) ตามเวลาในสหรัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน ภายหลังสหรัฐ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านในช่วงเช้าวันเดียวกัน

สงครามอิหร่าน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐ และอิสราเอลในครั้งนี้ รวมถึงการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านที่เกิดขึ้นตามมา โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิด "อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของบาห์เรน อิรัก จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์"

กูเตอร์เรสเตือนว่า ปฏิบัติการทางทหารกำลังเสี่ยงที่จะจุดชนวนเหตุการณ์ที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมย้ำว่า"กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศจะต้องได้รับการเคารพเสมอ"

"ไม่มีทางเลือกอื่นที่ยั่งยืนไปกว่าการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติวิธี" เลขาธิการยูเอ็นระบุ พร้อมเสริมว่าสันติภาพที่ถาวรจะเกิดขึ้นได้ ผ่านทางสันติวิธี รวมถึงการเจรจาอย่างจริงจังเท่านั้น

ฮยังกล่าวด้วยว่า การโจมตีของสหรัฐ และอิสราเอล เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน โดยมีโอมานเป็นตัวกลาง ซึ่งเดิมทีมีการเตรียมการสำหรับความร่วมมือทางเทคนิคที่กรุงเวียนนาในสัปดาห์หน้า และตามด้วยการเจรจาทางการเมืองรอบใหม่

"ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่โอกาสทางการทูตครั้งนี้ถูกทำลายลง"

นอกจากนี้ เขาได้เรียกร้องให้มีการลดระดับความรุนแรง และยุติการสู้รบทันที โดยเตือนว่า หากไม่ทำเช่นนั้น ทางเลือกที่เหลือคือความขัดแย้งที่อาจขยายวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพลเรือน และเสถียรภาพของภูมิภาค ทั้งยังกระตุ้นให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ทางด้านนาบอามีร์ ซาอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น "การรุกรานที่ไม่มีการยั่วยุและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า" ต่ออิหร่านเป็นครั้งที่สองในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นการโจมตีพื้นที่พลเรือนที่มีประชากรหนาแน่นในหลายเมืองใหญ่โดยเจตนา ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยราย

"ไม่มีข้ออ้าง คำกล่าวหา หรือการบิดเบือนข้อมูลใด ๆ ที่จะมาสร้างความชอบธรรมให้กับการก่ออาชญากรรมและการรุกรานที่ชัดเจนนี้ได้"

นายอิราวานีบอกด้วยว่า การโจมตีนี้ถือเป็นสงครามต่อระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศที่สหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงฯ ร่วมกันสร้างมานานกว่า 8 ทศวรรษ

ขณะที่ นายฟู่ ฉง ผู้แทนถาวรจีนประจำสหประชาชาติ แสดงความกังวลอย่างมาก ต่อความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น โดยเน้นย้ำว่าจีนคัดค้าน และประณามการใช้กำลัง หรือการขู่ว่าจะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

พร้อมกล่าวเสริมว่า อธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคต้องได้รับการเคารพ

ส่วนนายวาสิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าปฏิบัติการของสหรัฐ และอิสราเอลคือ"การรุกรานด้วยอาวุธต่อรัฐสมาชิกยูเอ็น ที่มีอธิปไตยและเอกราช" ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง

เขาย้ำว่า ก้าวย่างที่ไร้ความรับผิดชอบนี้ได้ทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง และถือเป็น "การทรยศต่อวิถีทางทางการทูต"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...