โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สีหศักดิ์’ ประชุมทีมทูตไทยในตะวันออกกลางหาแนวทางช่วยเหลือคนไทย ชี้ คนไทยยังปลอดภัย

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 3.51 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘กต.’ แถลงเกาะติดวิกฤติตะวันออกกลาง ยืนยัน คนไทยปลอดภัย พร้อมถก สมช. วางแผนอพยพรับมือน่านฟ้าปิดพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา 16.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เกี่ยวกับสถานการณ์และการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวในที่ประชุมว่า สถานการณ์ดังกล่าวน่าจะไม่ยุติลงง่าย ๆ ขณะนี้ก็บานปลายออกไปสู่ประเทศอื่น ๆ วันนี้เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ตนอยากคุยเรื่องสถานการณ์ และการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างไร ซึ่งดูเหมือนว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ มากกว่าทรัพยากร

ต่อมา เวลา 19.55 น. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุม ว่า เหตุการณ์ปะทะรุนแรงเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 ก.พ. โดยอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะราน และหลายเมืองของอิหร่าน ตามด้วยการโจมตีทางทหารของสหรัฐอเมริกา ในวันเดียวกันอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้โจมตีฐานทัพเรือ และฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในประเทศบาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซาอุดีอาระเบีย และบางส่วนของอิรัก

นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 1 มี.ค. สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ได้ยืนยันข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่าน จากการถูกโจมตี ณ ที่พำนักและที่ทำงานเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ยังคงมีการสู้รบต่อเนื่องและมีความอ่อนไหวสูงมาก

นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ 3 ประการ ได้แก่ 1. ไทยได้ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง 2. ไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และ 3. เรียกร้องให้ มีการเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาและการทูต

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ทางการไทยได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. และตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุล พร้อมออกประกาศเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางหากไม่มีความจำเป็น

นอกจากนี้ ปัจจุบันมีคนไทยในตะวันออกกลางรวมทั้งสิ้น 110,000 คนโดยประมาณ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนไทย ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบที่รุนแรง และทุกคนยังปลอดภัยดี

โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคได้มีการประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ตลอดถึงคำแนะนำให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่

ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมรายประเทศ ดังนี้ อิหร่าน (มีคนไทย 250 คน) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เป้าหมายการโจมตี ได้เปิดศูนย์อำนวยการตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้กำลังเร่งวางแผนอพยพ ล่าสุดมีคนไทยทั้งนักศึกษาและแรงงาน แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไทยแล้ว 29 คน

ประเทศอิสราเอล (มีคนไทยประมาณ 65,000 คน) ส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตร สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดสายด่วน 4 คู่สายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีผู้แจ้งความประสงค์กลับไทยไม่เกิน 20 คน โดยสายการบินยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และมีการเตรียมเส้นทางอพยพทางบกไปยังประเทศข้างเคียงไว้แล้ว

ส่วนประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบ อาทิ UAE, โอมาน, บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต และจอร์แดน ทางสถานทูต และสถานกงสุลใหญ่ กำลังเร่งสำรวจเส้นทางอพยพ และประสานงานกับสายการบินรวมถึงประเทศเจ้าบ้าน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 2 มี.ค. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมด่วนร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน ความมั่นคงในภูมิภาค และพิจารณาแผนการอพยพคนไทยโดยคำนึงถึงอุปสรรคสำคัญคือการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...