โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อสังหาฯ ปี 2569 ฟื้นตัวเปราะบาง KKP แนะกำเงินสด-ลดหนี้ รับมือปัจจัยลบเชิงโครงสร้าง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 02.54 น.

นักวิเคราะห์และผู้ประกอบการชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านจุดต่ำสุดในปี 2568 แต่ยังเผชิญความตึงตัวจากกำลังซื้อถดถอย จับตากลุ่ม "Top 5" กินรวบส่วนแบ่งตลาดคอนโดมิเนียมพุ่ง 53% หลังรายย่อยถอยร่นจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อและต้นทุน เตือนผู้ประกอบการเลี่ยงลงทุนที่ดินเปล่า-ออฟฟิศให้เช่า หนีภาวะอุปทานล้นตลาดและภาระภาษีที่ดินฉุดกระแสเงินสด

4 กุมภาพันธ์ 2569 - ในงานสัมมนาประจำปี KKP Year Ahead 2026 โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ร่วมประเมินทิศทางอุตสาหกรรม โดยระบุว่า แม้สถานการณ์โดยรวมจะผ่านจุดวิกฤตที่สุดไปแล้วในปี 2568 แต่การฟื้นตัวในปี 2569 ยังคงมีความท้าทายสูงจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

สแกนปัจจัยฉุดรั้ง: เมื่อ Real Demand ไม่ใช่เครื่องยนต์หลัก

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ. ศุภาลัย (SPALI) วิเคราะห์ว่าการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จะเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่รวดเร็ว (V-Shape) อย่างที่คาดการณ์ เนื่องจากโครงสร้างตลาดถูกกระทบด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของประชากรวัยสร้างตัว (26-45 ปี) พฤติกรรม "เช่าแทนซื้อ" ของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความคล่องตัว และความต้องการจากต่างชาติที่ยังไม่กลับมาสู่ระดับปกติ

"ปี 2568 คือปีที่ยากลำบากที่สุดและเชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่การฟื้นตัวในปี 2569 จะไม่โฉบเฉี่ยว เนื่องจากเรากำลังสู้กับปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งกำลังซื้อที่ลดลงและค่านิยมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป"

วิกฤตตลาดล่างและภาวะ "รายใหญ่กินรวบ"

ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อรายย่อย (Post-finance) กลายเป็นกำแพงสำคัญ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SMEs) ต้องเผชิญภาวะขาดสภาพคล่องและทยอยลดบทบาทลงในตลาด

ในทางกลับกัน ข้อมูลจาก นฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เกียรตินาคินภัทร ระบุว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะการกระจุกตัวของรายใหญ่ โดยกลุ่มบริษัทระดับ Top 5 สามารถครองส่วนแบ่งตลาดคอนโดมิเนียมโครงการใหม่พุ่งสูงขึ้นถึง 53% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2567 ที่มีสัดส่วนเพียง 33% สะท้อนถึงความได้เปรียบด้านต้นทุนทางการเงินและฐานลูกค้าที่ยังมีความมั่งคั่ง

กลยุทธ์ประคองตัว: High Liquidity, Low Gearing

สำหรับทิศทางการบริหารจัดการในปี 2569 นายไตรเตชะให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ว่า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากการขยายตัว (Growth) มาเป็นการรักษาความมั่นคงทางการเงิน โดยยึดหลักการบริหารเงินสดในมือให้สูงและรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์หรือที่ดินคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม

"กลยุทธ์สำคัญในปีหน้าคือความสามารถในการบริหารกระแสเงินสด ผู้ประกอบการต้องมีสภาพคล่องสูง (High Liquidity) และภาระหนี้ต่ำ (Low Gearing) เพื่อรอโอกาสเข้าช้อนซื้อที่ดินต้นทุนต่ำในช่วงเวลาที่ตลาดเอื้ออำนวย"

บัญชีดำการลงทุน: ออฟฟิศและที่ดินเปล่า

นอกจากนี้ เวทีสัมมนาได้ให้คำแนะนำอย่างชัดเจนถึงประเภทสินทรัพย์ที่ควรหลีกเลี่ยงในปี 2569 ได้แก่:

  • อาคารสำนักงาน (Office Space) : ที่ยังคงเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) จากการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
  • ที่ดินว่างเปล่า : สินทรัพย์ที่ไม่มีกระแสเงินสดหมุนเวียน (Non-performing asset) แต่สร้างภาระภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ซึ่งอาจกัดกินสภาพคล่องของบริษัทโดยไม่จำเป็น

ภาพรวมอสังหาฯ ไทยปี 2569 คือ การประคองตัวท่ามกลางมรสุมหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดของแบงก์ชาติ การปรับพอร์ตโฟลิโอมาเน้นสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อจริง และการบริหารต้นทุนทางการเงินที่รัดกุม จะเป็นตัวตัดสินผู้รอดชีวิตในวัฏจักรเศรษฐกิจรอบนี้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...