ทำไมอิสราเอลถึงบอกให้ทรัมป์ยับยั้งการโจมตีอิหร่าน ทั้งๆ นี่คือโอกาสทองที่จะโค่นศัตรู?
อิหร่านถือเป็น "ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่" ของอิสราเอล ดังนั้น อิสราเอลจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะทำลายเขี้ยวเล็บของอิหร่านให้หมดสิ้น ถึงกับทำการโจมตีกันโดยตรงเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเอามากๆ ที่จะขยายวงเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่อิหร่านก็หยุดลงแค่นั้น
อิหร่านมีปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรังมาหลายปีแล้ว เรื่องนี้เป็นเหตุให้ประชาชนออกมาประท้วงเรื่องปากท้อง แล้วก็บานปลายกลายเป็นการ
ที่มันบานปลายได้มีสองปัจจัย หนึ่ง มาจากประชาชนท้วงจนติดลมบน สอง เกิดจากการปลุกปั่นของสายลับอิสราเอลที่แฝงตัวในอิหร่าน
'มอสซาด' หรือหน้่วยสายลับของอิสราเอลนั้นไม่ธรรมดา สามารถฝังสปายในอิหร่านไว้มากมาย ทั้งคอยชี้เป้าการโจมตี เป้นมือสังหารทหารและนักการเมืองระดับสูง และยังช่วยปั่นกระแสการประท้วงให้ลุกลามใหญ่โตอีกด้วย
เมื่อมันติดลมบนแล้ว สหร้ฐฯ และอิสราเอลก็ฉวยโอกาสปั่นให้หนัก โดยยุให้ผู้ประท้วงสนับสนุน 'หุ่นเชิด' ของตน คือ มกุฏราชกุมารเรซา ปาลาห์วี โอรสของพระเจ้าชาห์ที่ถูกการปฏิวัติอิสลามโค่นล้มไป
เรซา ปาลาห์วีกระเหี้ยนกระหือรือที่จะกลับอิร่านอย่างผู้ชนะ อิสราเอลก็พร้อมที่จะหนุนเขาเต็มที่ เรซา ปาลาห์วีก็ตอบแทนบุญคุณด้วยการประกาศว่าหากมีอำนาจในอิร่านอีกครั้งสิ่งแรกๆ ที่เขาจะทำคือประกาศสัมพันธไมตรีกับอิสราเอล
ตอนแรก โดนัลด์ ทรัมป์ ทำท่าจะหนุนการโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่านอย่างเต็มที่ แต่ล่าสุด ทรัมป์ไปทุ่มเทความสนใจให้กับแรีนแลนด์มากกว่า และยังมีท่าทีอ่อนลงลงไปจากเดิมที่ทำท่าจะถล่มอิหร่าน
แม้จะมีรายงานเป็นระยะจาก 'วงใน' รัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ทรัมป์พร้อมจะโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อ แต่ทรัมป์ไม่ได้รียร้อนขนาดนั้น เพราะเขาขู่ว่าจะเล่นงานอิหร่านถ้ารัฐบาลอิหร่านไม่หยุดสังหารผู้ประท้วง
ปรากฏว่ารัฐบาลอิหร่านก็เพลามือลง (หรืออาจจะหยุดก็ได้ เพราะเราไม่ทราบความเป็นไปที่แน่ชัดในอิหร่าน) พอรัฐบาลอิหร่านรามือ ทรัมป์ก็เลิกหมายหัวอิหร่านไปด้วย
กอปรกับพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางไม่มีประเทศไหนสักแห่งที่อยากจะให้สหรัฐฯ รบกับอิหร่าน เพราะกลัวลูกหลงและกลัวจะขายน้ำมันลำบาก แม้น้ำมันอาจจะแพงขึ้นก็ตาม
การประท้วงในอิหร่านก็แผ่วลง สหรัฐฯ ก็เมินเฉยไป คนที่ผิดหวังที่สุดคือ เรซา ปาลาห์วี เพราะหมดโอกาสกลับไปเป็นพระเจ้าชาห์ ส่วนอิสราเอลก็กินแห้วไปด้วย เพราะเสียโอกาสในการโค่นล้มระบอบที่เป็น "ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่"
เรซา ปาลาห์วีนั้นไม่ได้มีความสำคัญต่ออิหร่านและยิ่งไม่สำคัญต่อโลก ดังนั้นการที่เขาต้องกินแห้วจึงไม่ใช่เรื่องต้องกังวล
แต่เมื่ออิสราเอลพบกับความผิดหวัง ผลของมันจะต่างกันลิบลับ
อิสราเอลรอโอกาสนี้มานาน จะปล่อยให้พลาดไปได้อย่างไร? และเมื่อบวกกับความหวาดระแวงอิหร่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ทางยุทธศาสตร์หรือไม่?
ตอบว่าเลยว่าไม่
ชาวอิสราเอลย่อมอยากเห็นจุดจบของระบอบการปกครองในอิหร่านขณะนี้เพราะเป็นเหตุที่ทำให้พวกนอนตาไม่หลับและต้องตื่นอย่างหวาดระแวง เนื่องจากเคยผ่านประสบการณ์การโจมตีโดยอิหร่านโดยตรงมาแล้ว 3 ครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
แต่รัฐบาลอิสราเอลกลับนิ่ง พูดน้อยเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน และถึงขั้นสารภาพเองว่าเป็นฝ่ายบอกให้ทรัมป์ยับยั้งการโจมตีอิหร่านด้วยซ้ำ
เพราะมีรายงานว่าเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเขาได้ขอให้ทรัมป์เลื่อนแผนการโจมตีอิหร่านออกไป
เหตุผลนั้นว่ากันว่าเป็นการซื้อเวลาให้อิสราเอลเตรียมพร้อมรับมือกับการตอบโต้จากอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น
แม้อิสราเอลจะรับมือการโจมตีจากอิหร่านค่อนข้างได้ดี แต่มันยังไม่สมบูรณ์แบบ หากอิหร่านถูกบีบจนหลังชนฝา การโจมตีครั้งต่อไปอาจไม่ใช้การ "สั่งสอน" หรือ "แก้แค้น" เมื่อครั้งที่ผ่านๆ มา แต่จะเป็นการเอาชีวิตเข้าแลก
แต่ก็ยังมีอีกเหตุผลคือ หากอิสราเอลและสหรัฐฯ แทรกแซงกด้วยอาวุธในตอนนี้ อาจทำให้ "การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ" ที่กำลังเกิดขึ้นในอิหร่านต้องสะดุดลง แลเวโอกาสทองจะกลายเป็นของรัฐบาลอิหร่านในการกวาดล้างผู้ต่อต้านหนักขึ้น แม้แต่ผู้ต่อต้านเองก็อาจโกรธแค้นสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยซ้ำ หากรัฐบาลอิหร่านสามารถเปลี่ยนวิธีคิดของประชนให้หันมาโฟกัสที่ศัตรูภายนอก
สำหรับอิสราเอลแล้ว การตั้งหน้าตั้งตาจะคว้าโอกาสทองโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อาจกลายเป็นหนทางสู่ความย่อยยับเอาง่ายๆ
ศาสตราจารย์โคบี ไมเคิล นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยความมั่นคงแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ (INSS) กล่าวกับ Globes สื่อของอิสราเอลสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า "การที่อิสราเอลเข้าแทรกแซงในเวลานี้ หรือการฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของระบอบการปกครอง (ของอิหร่าน) เพื่อโจมตีอิหร่านนั้น เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง"
"ความถูกต้อง" ที่ว่านี้ไม่ใช่ว่า "ดีงาม" ที่ตรงข้ามกับ "ชั่วช้า" แต่เป็นความถูกต้องหรือเหมาะสมของโอกาส
ศาสตราจารย์ไมเคิลกล่าวว่าที่มันไม่เหมาะสมเพราะ "สหรัฐฯ ยังไม่ได้ทำเช่นนั้น" และ "หากสหรัฐฯ ทำและขอความช่วยเหลือจากอิสราเอล นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง เราอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสหรัฐฯ"
ความเห็นนี้สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของสื่ออิสราเอลอีกราย คือ The Times of Israel ที่ชี้ว่าหากจะโจมตีอิหร่านก็ควรจะ "เป็นการริเริ่มจากฝ่ายอเมริกา ไม่ใช่จากฝ่ายอิสราเอล"
ดังนั้น เหตุผลที่อิสราเอลจะไม่ผลีผลามทำอะไรกับอิหร่านมีสองสาเหตุก็คึอ หนึ่ง สถานการณ์ในอิหร่านยังไม่สุกงอมพอที่ต่างชาติจะไปแทรกแซงโดยเปิดเผย และสอง อิสราเอลต้องรอไฟเขียวจากสหรัฐฯ เสียก่อน และตอนนี้ดูเหมือนว่าทรัมป์จะไม่แสดงท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้เสียด้วย
อีกสาเหตุหนึ่งจากการวิเคราะห์ของอีกสื่อจากอิสราเอล คือ The Jerusalem Post ชี้ว่า การที่ทรัมป์ยั้งมือจากการโจมตีอิหร่านเป็นเพราะเนทันยาฮูร้องขอไว้ การทำแบบนี้สวนทางกับท่าทีของกองทัพอิสราเอลที่ "ส่งสารมากกว่าสิบครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน เกี่ยวกับความพร้อมและความแข็งแกร่งของระบบป้องกันภัยทางอากาศ แต่เนทันยาฮูกลับบอกกับทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่าตรงกันข้าม"
พูดสั้นๆ คือ หากโจมตีอิหร่าน อิหร่านก็จะโจมตีอิสราเอล และดูเหมือนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลจะไม่พร้อม เพราะหากเล่นงานอิหร่านตอนนี้ อิหร่านจะสู้แบบหลังชนฝา นั่นคือเอาชีวิตแลกชีวิต
แม้ว่าอิสราเอลจะเคยป้องกันขีปนาวุธจากอิหร่านได้ เคยโจมตีอิหร่านโดยตรง และสหรัฐฯ ยังช่วยถล่มโครงสร้างนิวเคลยร์ของอิหร่าน แต่มันไม่ได้ทำให้อิหร่านบอบช้ำเลย ตรงกันข้าม The Jerusalem Post ชี้ว่า "เมื่ออิสราเอลโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในเดือนมิถุนายน ปี 2025 เตหะรานมีขีปนาวุธประมาณ 2,500 ลูก และกำลังอยู่ในระหว่างการผลิตขีปนาวุธใหม่ประมาณ 300 ลูกต่อเดือน"
แต่ทว่า "ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เตือนว่าคลังขีปนาวุธของอิหร่านอาจเพิ่มขึ้นเป็นระหว่าง 4,000 ถึง 8,000 ลูก จากตัวเลขเหล่านั้น เส้นแดงของอิสราเอลน่าจะอยู่ภายในช่วงดังกล่าว" (เส้นแดง หมายถึงขีดจำกัดในการรับมือของอิสราเอล)
นี่เองที่ทำให้เนทันยาฮูจึงต้องคิดดีๆ แทนที่จะฉวยโอกาสแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
อิหร่านแม้จะถูกถล่มแต่ก็ฟื้นตัวไว เช่นเดียวกับการประท้วงครั้งนี้ซึ่งเริ่มแผ่วลงแล้ว เพราะรัฐใช้วิธีที่รุนแรงเข้าควบคุมสถานการณ์ และคงจะฟื้นกลับมาในสภาพเดิมได้อีก
ศักยภาพในการซ่อมแซมตัวเองของอิหร่านจากบาดแผลของสงครามภายนอกและจลาจลภายในเป็นสิ่งที่ดูแคลนไม่ได้เลยจริงๆ
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 ผู้คนถือธงชาติอิสราเอลและธงชาติอิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ซึ่งมีภาพของเรซา ปาห์ลาวี บุตรชายของชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในระหว่างการชุมนุมเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ประท้วงชาวอิหร่าน ในเมืองเทลอาวีฟ เมืองชายฝั่งของอิสราเอล (Photo by JACK GUEZ / AFP)