รวบ 2 ชายอินเดียบังคับหญิงร่วมชาติ ค้าประเวณี
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 09.27 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsสืบเมืองพัทยา ทลายขบวนการค้ามนุษย์ รวบ 2 ชายอินเดียบังคับหญิงร่วมชาติ ค้าประเวณีชายหาด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมชายชาวอินเดีย 2 ราย หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ บังคับหญิงสาวร่วมชาติ 3 คน ออกค้าประเวณีบริเวณชายหาดพัทยาใต้ พร้อมข่มขู่และยึดเอกสารสำคัญเพื่อควบคุมตัวไม่ให้หลบหนี
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ MR. ABHIJITH อายุ 25 ปี และ MR. JUSTIN อายุ 32 ปี ทั้งคู่สัญชาติอินเดีย หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์
จากการสอบสวน หญิงสาวชาวอินเดียทั้ง 3 คน ให้การว่า ถูกผู้ต้องหาติดต่อผ่าน Instagram เสนอให้เดินทางมาทำงานร้านอาหารในเมืองพัทยา โดยอ้างให้ค่าตอบแทนสูงและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้เสียหายเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และเข้าพักในโรงแรมพื้นที่หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง แต่ทันทีที่มาถึงกลับถูกเรียกเก็บเงิน ยึดหนังสือเดินทาง ตัดการติดต่อจากภายนอก และกักขังไว้ภายในห้องพัก
ต่อมา ผู้ต้องหาบังคับให้หญิงสาวออกไปค้าประเวณีที่ชายหาดพัทยาใต้ทุกวัน หากขัดขืนจะถูกข่มขู่ อดอาหาร และถ่ายภาพในลักษณะไม่เหมาะสมไว้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์ โดยอ้างว่าจะส่งภาพให้ครอบครัว รวมถึงข่มขู่ว่าจะทำร้ายคนในครอบครัวหากพยายามหลบหนี
ผู้เสียหายถูกบังคับให้ค้าประเวณีตั้งแต่วันที่ 9–18 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนวางแผนหลบหนี โดยอาศัยจังหวะขอหนังสือเดินทางเพื่อไปเปิดห้องพักกับลูกค้า แล้วเข้าขอความช่วยเหลือจากร้านอาหารอินเดียในพื้นที่ ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี
กระทั่งวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านพัทยาสาย 2 ซอย 18 จึงเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ และควบคุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายกระทง ได้แก่ ร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจผู้อื่น เป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีสะท้อนภัยค้ามนุษย์ที่แฝงมากับการหลอกลวงเสนองานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลการทำงานในต่างประเทศอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อขบวนการลักษณะดังกล่าว