“แบงก์ชาติแคนาดา” โทษนโยบายสหรัฐ เพิ่มความปั่นป่วนโลก ดันความไม่แน่นอนดอกเบี้ย
"แบงก์ชาติแคนาดา" โทษนโยบายสหรัฐ เพิ่มความปั่นป่วนโลก ดันความไม่แน่นอนดอกเบี้ย เตือนการทบทวนข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือเสี่ยงกระทบการลงทุนและเงินเฟ้อ
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางแคนาดาเผยว่า ปัจจัยความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้า นโยบายต่างประเทศ รวมถึงแรงกดดันต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังทำให้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกผันผวนมากขึ้น และเพิ่มระดับความเสี่ยงต่อการคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งในต่างประเทศและแคนาดาเอง
ที่ประชุมคณะผู้กำหนดนโยบาย (Governing Council) ของธนาคารกลางแคนาดา ระบุว่าความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นเหตุผลหลักที่ธนาคารตัดสินใจ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% เป็นการประชุมที่สองติดต่อกันในเดือนมกราคม เพราะยังไม่แน่ใจว่าควรจะขึ้นหรือลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปเมื่อใด
คณะกรรมการระบุว่า เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะประเมินน้ำหนักของความเสี่ยงต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยมีประวัติแบบนี้มาก่อน พร้อมย้ำว่าการคาดการณ์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยในอนาคตทำได้ลำบาก
ธนาคารกลางแคนาดาชี้ว่าความผันผวนดังกล่าว มีรากมาจากสหรัฐโดยตรง แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่คณะผู้กำหนดนโยบายได้ยกตัวอย่างนโยบายต่างประเทศและการค้า รวมถึงการโจมตีความเป็นอิสระของเฟดว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์โลกซับซ้อนขึ้น
นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเชิงภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าเชิงเศรษฐกิจ กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและเสี่ยงทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด รวมถึงผลักดันให้การทบทวนข้อตกลง USMCA ระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก เป็น “ความเสี่ยงสำคัญ” ที่อาจทำให้ธุรกิจชะลอการลงทุนและส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ
ทิฟฟ์ แมคเลม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา เคยกล่าวเมื่อเดือนมกราคมว่า ยุคของ การค้าเสรีที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์กับสหรัฐได้สิ้นสุดลงแล้ว และนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจแคนาดาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โดยสรุปแล้วธนาคารกลางแคนาดากำลังประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจด้วยความระมัดระวังสูง เนื่องจาก ความไม่แน่นอนจากนโยบายของสหรัฐยังคงเพิ่มสูงขึ้น และยากมากที่จะคาดการณ์ว่าการประชุมครั้งต่อไปควรเปลี่ยนทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร เพื่อรับมือกับสภาวะโลกที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้
อ้างอิง : bloomberg.com