โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 มีนักกีฬา LGBTQ+ ที่ come out แล้วมากกว่า 47 ชีวิต จาก 13 ประเทศ สูงสุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งย้ำถึงความสวยงามของความภูมิใจในตัวตน ที่เดินขนานไปกับการทำตามฝันด้วยความสามารถที่มี

Mirror Thailand

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 10.34 น.
ภาพไฮไลต์

นักกีฬาฮอกกี้เป็นเลสเบี้ยน นักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตเป็นแพนเซ็กชวล นักกีฬาสกีเป็นไบเซ็กชวล นักกีฬาสปีดสเก็ตเป็นเกย์ ฯลฯ โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ครั้งที่ 25 ซึ่งจัดขึ้นที่ มิลาน-คอร์ตินา ประเทศอิตาลี เต็มไปด้วยความสวยงามของความภาคภูมิใจในตัวตนของนักกีฬา LGBTQ+ ที่เป็นตัวแทนประเทศของตัวเองมาแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ด้วยความสามารถของพวกเขา โดย Outsports ได้เก็บรวบรวมสถิตินักกีฬาโอลิมปิกที่เป็น LGBTQ+ ในปีนี้ และพบว่า นี่จะเป็นการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่เราจะได้เห็นความเก่งของนักกีฬาเควียร์หลายๆ คน มีการรวมตัวของ Team LGBTQ+ ใหญ่เป็นประวัติการณ์! เพราะจำนวนนักกีฬาที่ come out ว่าเป็น LGBTQ+ มีจำนวนมากกว่า 47 คน (และอาจมีเพิ่มขึ้นได้อีก) ซึ่งนับว่าเป็นสถิติสูงสุดในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวเท่าที่เคยมีมา

โดยแบ่งจำนวนนักกีฬาหญิงที่ come out ว่าเป็น LGBTQ+ มี 36 คน ส่วนนักกีฬาชายที่ come out ว่าเป็น LGBTQ+ มี 11 คน ซึ่งประเภทกีฬาที่มี LGBTQ+ มากที่สุดได้แก่ ไอซ์ฮอกกี้ และสำหรับปีนี้นักกีฬา LGBTQ+ ก็มาจากหลายประเทศ รวมทั้งสิ้น 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม บราซิล แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร (บริเตนใหญ่) อิตาลี สวีเดน และสหรัฐอเมริกา

ส่วนหนึ่งของนักกีฬา LGBTQ+ ที่น่าพูดถึงจะมีใครบ้าง เราชวนไปรู้จักกันเลย

  • เรามี ‘Breezy Johnson’ นักกีฬาที่คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับสหรัฐฯ ในโอลิมปิก 2026 ซึ่งคว้าชัยครั้งนี้จากการแข่งสกีดาวน์ฮิลล์ โดยเธอ come out ว่าเป็นไบเซ็กชวลตั้งแต่ปี 2022

เธอได้กล่าวว่า “ผู้คนอาจอิจฉาคนที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก แต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องอิจฉาเลย เส้นทางที่ต้องฝ่าฟันกว่าจะได้มาซึ่งเหรียญเหล่านั้น ฉันไม่คิดว่าเส้นทางของฉันมันจะเป็นเรื่องที่ให้ใครหลายๆ คนมาอิจฉาหรอกค่ะ มันเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก แต่บางครั้งคุณก็ต้องสู้ต่อไปเพราะว่ามันเป็นทางเลือกเดียว” และยังเสริมว่า “มันเป็นทั้งเส้นทางที่ยากลำบากและเป็นกีฬาที่หนักหน่วง ฉันคิดว่ามันเป็นทั้งความสวยงามและบ้าคลั่ง ที่สามารถทำร้ายคุณได้อย่างมาก แต่คุณก็ยังคงกลับมาทำมันต่อไป” เพราะกว่าจะได้มาซึ่งชัยชนะครั้งใหม่นี้ เธอเคยพลาดโอกาสและเคยได้รับบาดเจ็บ แต่ปี 2026 นี้ เธอก็คว้าชัยด้วยเวลาที่เธอทำได้คือ 1 นาที 36.10 วินาที เอาชนะเยอรมนี ซึ่งเฉียดฉิวเพียง 0.4 วินาที กลายเป็นระยะห่างที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันโอลิมปิกของกีฬาประเภทนี้ ทั้งยังทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาอเมริกันหญิงคนที่สองที่คว้าเหรียญทองในการแข่งขันสกีดาวน์ฮิลล์ นับตั้งแต่ Lindsey Vonn ที่เคยคว้าเหรียญทองเมื่อปี 2010

สำหรับการ come out ว่าเป็นไบเซ็กชวลของเธอ เธอเลือกที่จะเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้บนอินสตาแกรมของตัวเอง พร้อมลงรูปขณะอยู่ในชุดสกีซึ่งเป็นอาชีพของเธอว่า “ฉันเป็นไบเซ็กชวลค่ะ ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ ฉันอยากจะเปิดเผยตัวตนของฉัน สำหรับชาว LGBTQ+ ที่อาจรู้สึกแตกต่างออกไปบ้างและอยากเห็นคนที่เป็นเหมือนพวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูง ฉันมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนว่าพวกเราไปถึงตรงนั้นได้ พวกเราก็เป็นคนปกติ และพวกเราสามารถทำอะไรก็ได้ที่เราอยากจะทำ ถึงพวกเกรียนทั้งหลายที่อยากจะเกลียดชังกัน ความเกลียดมันไม่สามารถทำลายความรักไปได้หรอกค่ะ” เรียกได้ว่าเป็นความเริ่ดของเธอ ทั้งการกล้าเป็นตัวเอง และการไม่ยอมแพ้ต่อการแข่งขัน จนทำให้เธอคว้าชัยมาครองได้จากความพยายาม ยินดีกับเธออีกครั้ง!

  • เรามี ‘Amber Glenn’ นักฟิกเกอร์สเก็ตผู้เป็นแพนเซ็กชวล ที่คว้าเหรียญทองประเภททีมหญิงในปี 2026 นี้มาครอง ทั้งยังเป็นนักฟิกเกอร์สเก็ตหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่ come out ว่าเป็น LGBTQ+

เควียร์ไอคอนของหลายๆ คนคนนี้ เป็น 1 จาก 8 นักกีฬาอเมริกันของทีมสหรัฐฯ ที่เป็น LGBTQ+ เธอเล่าให้ Outsports ฟังว่า “มันเป็นการต่อสู้ภายในมานานมาก ว่าเมื่อไหร่ฉันจะเรียนรู้จุดแข็งของตัวเอง เมื่อไหร่ฉันจะจัดการกับจุดอ่อนของตัวเอง และเมื่อไหร่ฉันจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของฉันที่อยู่นอกลานน้ำแข็งเข้ามาใช้ในลานน้ำแข็ง ซึ่งนั่นได้เริ่มต้นจริงๆ ก็ตอนที่ฉันได้ come out ต่อสาธารณะ”

เธอยังเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ call out เรื่องการเมืองในยุคที่อเมริกากำลังประสบปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน เธอกล่าวว่า “ที่ผ่านมามันเป็นช่วงเวลายากลำบากสำหรับชุมชนโดยรวมในรัฐบาลชุดนี้ นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เราต้องรวมตัวกันในฐานะชุมชนและพยายามต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ มันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เฉพาะชุมชนเควียร์เท่านั้น แต่มันส่งผลกระทบต่อชุมชนอื่นๆ อีกมากมาย และฉันคิดว่าเราสามารถซัพพอร์ตกันได้แม้เราจะไม่ได้ทำมาก่อน เพราะมันจะทำให้พวกเรานั้นแข็งแรงมากยิ่งๆ ขึ้นไป” เพราะไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร หรือเป็นใคร เธอคิดว่า “การเมืองส่งผลกระทบต่อทุกคน”

  • เรามี ‘Nicole Silveira’ ผู้ถือธงในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2026 ที่เป็นนักกีฬาสเกเลตันหญิงทีมชาติบราซิลซึ่ง come out ว่าเป็นไบเซ็กชวลและแต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นนักกีฬาสเกเลตันเบลเยียม

เธอในวัย 31 ปี เป็นผู้ถือธงชาติเดินเข้าสู่สนามกีฬา San Siro ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชุมชนชาวเควียร์ โดยก่อนหน้านี้เธอ come out ว่าเป็นไบเซ็กชวลและแต่งงานกับ Kim Meylemans ที่ก็เป็นนักกีฬาสเกเลตันเหมือนกับเธอ การได้รับเลือกให้เป็นผู้ถือธงชาติครั้งนี้ เธอบอกว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และหากย้อนไปดูผลงานของเธอที่ผ่านมา เธอที่เคยได้อันดับที่ 13 ในการแข่งขันที่ปักกิ่ง ก็นับว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของบราซิลสำหรับกีฬาน้ำแข็งในโอลิมปิกเลยก็ว่าได้

“มันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในผู้ถือธงชาติ เป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะที่ได้ถือธงชาติบราซิลบนเวทีอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกีฬาฤดูหนาว ที่ประเทศของเราก็กำลังมีการเติบโต”

  • เรามี ‘Kim Meylemans’ สาวแซฟฟิกที่กลายเป็นนักกีฬาหญิงสเกเลตันชาวเบลเยียมคนแรกที่คว้าแชมป์ World Cup และเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2026

นั่นแปลว่า ทั้ง Nicole Silveira และ Kim Meylemans จะแข่งขันกันเองเพื่อชิงเหรียญทอง เพราะแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นคู่สมรสกันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสองสาวจะต้องทำหน้าที่ในฐานะนักกีฬาบนสนามจนหลายคนแซวว่านี่เป็นศึกฟาดฟันกันของคู่รัก ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการแข่งขันได้ และยังซัพพอร์ตกันและกันด้วย

“ทีมนี้มีอะไรที่พิเศษมากจริงๆ และเป็นส่วนสำคัญใหญ่ๆ ของความสำเร็จนี้ค่ะ ฉันคงจะไปไม่ถึงเป้าหมายถ้าไม่มีพวกเขา โดยเฉพาะ ภรรยาของฉันเองค่ะ” คิมกล่าวบนอินสตาแกรมเพื่อฉลองชัยชนะตอน World Cup นอกจากนี้เธอยังเคยกล่าวก่อนจะมาแข่งโอลิมปิกพร้อมรูปคู่ตอนจดทะเบียนสมรสว่า “เนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นที่อิตาลี และรัฐบาลชุดปัจจุบันก็กำลังออกกฎหมายและการตัดสินใจที่ทำร้ายชุมชน LGBTQ+ (ลองไปหาอ่านเพิ่มเติมดูหากคุณไม่เชื่อ) มันจึงรู้สึกพิเศษมากๆ ที่เราจะได้ร่วมการแข่งขันในฐานะคู่สมรสและส่องแสงให้เห็นถึงสมรสเท่าเทียมไปพร้อมๆ กัน” นอกจากตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อคว้าแชมป์ แม้จะต้องแข่งขันกับภรรยา แต่ทั้งคู่ก็มองว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้ทุกคนเห็นถึงความสวยงามของสิทธิที่จะได้รักใครสักคนอย่างถูกต้องตามกฎหมายไปด้วย

  • เรามี ‘Anna Kjellbin’ จากสวีเดน และ ‘Ronja Savolainen’ จากฟินแลนด์ คู่รักนักกีฬาฮอกกี้ ที่หากไปสู่รอบชิง ทั้งคู่ต้องแข่งกันเองไม่ต่างจากในซีรีส์ Heated Rivalry แต่นี่เป็นเวอร์ชันแซฟฟิก!

คู่นี้ก็เป็นอีกคู่ที่เป็นคู่สมรสกันแล้ว แต่ยังมีโอกาสที่จะได้แข่งขันกันในเกมกีฬา โดย Ronja Savolainen เคยกล่าวถึงการแข่งขันว่า “เวลาเราเล่น คุณก็แค่เล่นไป ไม่ได้คิดหรอกค่ะว่าใครอยู่ตรงนั้นบ้าง หลังจบเกมเราก็เป็นเพื่อนกัน เพียงแต่ในสนามน้ำแข็ง เธอคือศัตรูของฉัน มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ”

และเมื่อถูกถามว่าเธอจะทะเลาะกับภรรยาของเธอไหม เธอตอบชัดว่า “ไม่ค่ะ ฉันไม่คิดว่าการต่อสู้อะไรแบบนั้นจะเกิดขึ้นเลยค่ะ แต่ฉันก็ไม่แคร์นะว่าใครที่ฉันจะปะทะด้วยตอนแข่ง ฉันก็แค่ปะทะค่ะ” ถือเป็นความชัดเจนว่า แข่งคือแข่ง นอกการแข่งก็ยังรักกันเหมือนเดิม เราคงต้องลุ้นว่า จะได้เห็นภาพนั้นที่เหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์เรื่องดังหรือเปล่า

  • เรามี ‘Conor McDermott-Mostowy’ นักสปีดสเกตที่เป็นเกย์ ที่ลงสนามโอลิมปิก 2026 เป็นครั้งแรก ผู้อยากใช้ความสามารถโชว์ให้ทุกคนเห็นว่า อคติที่ว่าคนเป็นเกย์ไม่สามารถเล่นกีฬาได้ดี นั้นไม่จริง

เขาคนนี้เป็นนักสปีดสเก็ตชาวอเมริกัน ที่จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ปิดบังว่าตัวเองเป็นเกย์ เพียงแต่ไม่คิดว่าจำเป็นต้องบอกอะไร แต่สุดท้ายเขาก็เลือกบอกให้ทุกคนได้รู้ เพราะตั้งใจอยากลดอคติที่คนมีต่อเกย์ในวงการกีฬา

“จริงๆ ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องการเป็นเกย์เลย เพราะมันมีการสเตริโอไทป์เกย์ว่าคงจะเล่นกีฬาไม่ได้ ผมเลยก็เลยไม่อยากให้จุดนั้นกลายมาเป็นข้อตัดสินหรือถูกใช้เป็นข้ออ้างเมื่อเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดี ผมรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้ แต่ผมรู้สึกว่าถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่มีใครสามารถพูดอะไรได้แล้วแหละ” เขากล่าว

“ตอนผม come out ครั้งแรก มันก็เหมือนกับผมเอาผ้าพันแผลมาปิดแผลไว้ แต่ตอนนี้ การพูดเรื่องนี้ต่อสาธารณะและมีอิสระที่ได้เป็นตัวเอง มันทำให้ผมมีโอกาสที่จะแกะผ้าพันแผลนั้นออก และปล่อยให้แผลนั้นได้หายใจบ้าง และแล้วตอนนี้มันก็ไม่มีแผลอยู่อีกแล้ว มันจบลงแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกดี และคงจะรู้สึกดีมากขึ้นไปอีก ถ้ามันได้ช่วยคนอื่นๆ ได้ด้วย”

การประกาศตัวตนของเขาจึงเหมือนการยกภูเขาออกจากอก และจากตัวเลขนักกีฬา LGBTQ+ ที่เขาได้เห็นในปีนี้จากสถิติ เขาก็มีความคิดเห็นว่า “นั่นเยี่ยมมากเลย แต่ผมมั่นใจว่ายังมีมากกว่านั้นแน่นอน” เพราะการเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศมันก็ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคน เขาคิดว่า “ปัญหาอาจรุนแรงโดยเฉพาะในกีฬาประเภททีม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทั้งทางกายและทางอารมณ์มากกว่าในการ come out เพราะเรามีความรู้สึกอย่างหนักที่คิดว่าไม่อยากสร้างเรื่องให้มันแย่ลง” ดังนั้นพื้นที่ปลอดภัยในวงการกีฬาจึงสำคัญและจำเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้ทุกคนค่อยๆ กล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น

อ้างอิง:

https://www.outsports.com/2026/1/29/24126737/team-lgbtq-gay-bi-lesbian-athletes-milan-winter-olympics/

https://www.outsports.com/olympics/team-lgbtq/?country=&sport=Ice+Hockey&competition_category=&medals=#database

https://www.thepinknews.com/2026/02/02/lgbtq-winter-olympics-record-breaking-number-of-athletes/

https://www.out.com/gay-athletes/winter-olympics-lgbtq-medals#rebelltitem3

https://www.npr.org/2026/02/09/nx-s1-5703620/speedskater-connor-mcdermott-mostowy-lgbtq-olympian

https://www.scmp.com/magazines/style/people/icons-influencers/article/3343062/meet-breezy-johnson-lgbtq-athlete-who-won-us-first-gold-winter-olympics

https://www.teenvogue.com/story/chloe-kim-amber-glenn-more-athletes-speak-about-ice-lgbtq-rights-at-2026-winter-olympics

https://www.outsports.com/2026/2/6/24127673/nicole-silveira-winter-olympics-2026-brazil-flagbearer-lgbtq-opening-ceremony/

https://www.outsports.com/2026/1/14/24125993/milan-winter-olympics-hockey-gay-anna-kjellbin-ronja-savolaineny-engaged/

https://www.them.us/story/2026-olympics-queer-lgbtq-wives-lesbian-kim-meylemans-nicole-silveira

https://www.instagram.com/p/DTnEIf8DWrX/

https://www.instagram.com/p/DNBcDAeyTzp

https://www.theguardian.com/sport/2026/feb/08/breezy-johnson-winter-olympics-downhill-gold

https://www.instagram.com/p/CkqgbKtrRMP/

บทความต้นฉบับได้ที่ : โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 มีนักกีฬา LGBTQ+ ที่ come out แล้วมากกว่า 47 ชีวิต จาก 13 ประเทศ สูงสุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งย้ำถึงความสวยงามของความภูมิใจในตัวตน ที่เดินขนานไปกับการทำตามฝันด้วยความสามารถที่มี

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...