โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ไอติม’ แบกเป้โชว์ 5 สิ่งที่เด็กไทยแบกไปโรงเรียน หนักสุดคือความหวัง

The Reporters

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 12.10 น.

ยอมรับเจ็บปวดการศึกษาไทยที่ตำราอธิบายไม่ได้ ขอ 8 ก.พ.กาพรรคประชาชนคืนอนาคตให้ลูกหลาน

วันนี้ (6 ก.พ.69) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทยญี่ปุ่น (ดินแดง) กล่าวถึงระบบการศึกษาไทย ว่า เรารู้ดีว่าถ้าเราจะยุติความเหลื่อมล้ำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จะต้องทำให้เด็กทุกคนในประเทศนี้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดเกี่ยวกับการศึกษาไทยที่ตนสัมผัสได้ตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถอธิบายได้จากตำราทางเศรษฐศาสตร์หรือสถิติจากงานวิจัย

ตนเองเห็นเรื่องราวของตายายที่ต้องไปขอให้หลานคนโตต้องออกจากโรงเรียน เพื่อมาช่วยที่บ้านขายของและหารายได้ เพื่อส่งหลานคนเล็กไปเรียนต่อ มีปกครองจำนวนมากที่มาหาตนเอง แลกเปลี่ยนอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับนโยบายการศึกษา และทิ้งท้ายว่าฝากอนาคตลูกไว้ด้วย ล่าสุดตนเองได้มีโอกาสเจอน้องนักเรียนมัธยมคนหนึ่งที่มาดักคาราวานภาคใต้ เพื่อยื่นจดหมาย 3 หน้ากระดาษที่เขาได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาที่เขาพบเจอที่โรงเรียน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การศึกษาเรามันต้องเข้าใกล้จุดวิกฤตขนาดไหน ประชาชนถึงได้สิ้นหวังขนาดนี้ ที่ผ่านมาทุกพรรครับรู้ถึงปัญหา ก่อนการเลือกตั้งทุกพรรคพูดถึงปัญหาการศึกษากันหมด แต่ที่ผ่านมาการเมืองแบบเดิมแก้ไขปัญหาการศึกษาไม่ได้ เพราะการแก้ไขปัญหาการศึกษาไม่ได้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของผู้เล่นในระบบการเมืองแบบเดิม

การยกระดับการเรียนการสอนในห้องเรียนไม่ได้เห็นผลเร็วเท่ากับการแจกเงินหรือการซ่อมถนน การเพิ่มเงินอุดหนุนให้กับนักเรียนไม่ได้มีสตางค์ทอนเหมือนกับการก่อสร้างอาคารสำนักงานหรือการสร้างแอปฯที่ซ้ำซ้อน และการฟื้นฟูให้นักเรียนสวนทางกับผู้มีอำนาจในการเมืองแบบเดิมที่ต้องการเอาครูมาใช้เป็นแรงงานฟรี เป็นไม้ประดับเพื่อแสดงอำนาจในกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้น เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง เราไม่ต้องการชนะแค่มีอำนาจ แต่เพื่อนำอำนาจที่ประชาชนมอบให้ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ หากประเทศไทยจะเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยน

นายพริษฐ์ โชว์สิ่งที่นักเรียนต้องแบกไปโรงเรียนในทุกวันจากกระเป๋าเป้ส่วนตัว หนังสือเป็นสิ่งที่ไม่ใช่นักเรียนแบกหนังสือไปอย่างเดียว แต่แบกความล้าหลังไปด้วย เพราะไม่ได้ปรับเปลี่ยนตั้งแต่ iPhone รุ่นแรก สิ่งของชุดที่ 2 คือผ้าป่ากับพัดลม เด็กจำนวนมากยังไม่ได้เข้าถึงการเรียนฟรีที่ฟรีจริงและมีคุณภาพ บางโรงเรียนปิดแอร์แต่ต้องมาเก็บเงินกับผู้ปกครองเพิ่ม บางโรงเรียนไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณเพียงพอ เราจะทำให้โรงเรียนมีฟรี 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ เราจะกลับสู่การจัดสรรทรัพยากรโดยที่ไม่ได้คิดถึงแค่จำนวนนักเรียน

สิ่งของชุดที่ 3 คือ กล่องอาหารและกระติกน้ำ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มีเด็กที่ต้องอดอาหาร หนึ่งมื้อเพราะเงินไม่เพียงพอบางโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำสะอาดให้เข้าถึงด้วยซ้ำ นักเรียนต้องพกกระติกน้ำมาจากบ้าน เราต้องไม่มองการศึกษาเป็นแค่เรื่องวิชาการ ถ้าเด็กนักเรียนในประเทศเราต้องนั่งอยู่ในห้องเรียนด้วยความหิวโหย ร่างกายที่อ่อนล้า แล้วจะมีสมาธิและความสุขกับการเรียนรู้ได้อย่างไร ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลแล้ว จะเอาจริงกับการดูแลสุขภาพนักเรียนทุกคน

สิ่งของชุดที่ 4 คือ ไดอารี่คุณครูและเอกสารราชการของคุณครู หากนักเรียนเผลอหยิบไดอารี่ของคุณครู หยิบเอกสารราชการของคุณครูลืมไว้ แล้วเปิดอ่าน จะค้นพบว่างานจำนวนมากที่ครูต้องทำนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเรียนรู้ของตัวเขา เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก มีครูที่จบชีวิตตนเองเพราะงานด้านธุรการ มันตอกย้ำชัดว่างานหนังไม่เคยฆ่าใครไม่เป็นจริง รัฐบาลประชาชนจะเอาจริงกับการคืนชีวิตให้คุณครูและคืนครูให้กับห้องเรียน อะไรที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ยกเลิกทันที เราจะเปิดให้ครูประเมินผอ.ได้

นายพริษฐ์ ยังโชว์สิ่งของชุดสุดท้าย คือหมอนและผ้าห่ม เรายอมรับตรงไปตรงมาว่านักเรียนเราหลายคนอดหลับอดนอน รู้สึกเหนื่อยตลอด สาเหตุหนึ่งเพราะสิ่งที่การศึกษาดูดไปมากที่สุดคือเวลา เราจะส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกห้องเรียนได้ ผ่านคูปองเปิดโลกที่ใช้ในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมนอกห้องเรียน แต่สิ่งที่นักเรียนต้องแบกหนักที่สุดในมุมมองของตนเองคือ ความคาดหวังประเทศ เราคาดหวังทุกสิ่งทุกอย่างจากเด็กและเยาวชน แต่ไม่มีระบบที่สนับสนุนให้เขาเดินตามความฝันได้ ต้องเรียนหนัก จบมามีงานทำ แต่เราระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนในสิ่งที่เขาสามารถนำไปใช้ได้ สังคมเราคาดหวังให้เด็กคนหนึ่งก็ไปโรงเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียนทุกคาบเรียน แต่บางทีพวกเขากู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งลูกไปเรียนที่ดี คาดหวังให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก กล้าตั้งคำถาม แต่เรามักไม่ชอบฟังความเห็นเขา

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 8 ก.พ.นี้ กาเพื่อเปลี่ยนการศึกษาไทย เพื่อให้ลูกหลานของเรา หากถามว่าเป้าหมายสูงสุดทางการเมืองคืออะไร ตนเองมีความความฝันที่อยากเห็นประเทศนี้เป็นประเทศที่คนตื่นเต้นกับการเลือกตั้ง ยินดีที่จะจ่ายภาษีและสะดวกใจกับการส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐ และจะเป็นจริงได้เมื่อตั้งรัฐบาลประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...