โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มอังกฤษ กลายเป็นศพ เสียชีวิตในโรงแรมกลางกรุง หลังขาดการติดต่อกับแม่นาน 9 วัน

Khaosod

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 12.29 น.

หนุ่มเมืองผู้ดี กลายเป็นศพ เสียชีวิตในโรงแรมกลางกรุง หลังขาดการติดต่อกับแม่นาน 9 วัน ประสานไทยช่วยตามหา เป็นข่าวใหญ่ในอังกฤษ

วันที่ 22 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เข้าตรวจสอบชายต่างชาติเสียชีวิต ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ที่เกิดเหตุภายในห้อง 303 ของโรงแรมดังกล่าว พบศพ นายโจชัว เจมส์ แซดเลอร์ อายุ 22 ปี สัญชาติอังกฤษ นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย ภายในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน

ส่วนแม่บ้านของโรงแรม ระบุว่า ลูกค้าห้องดังกล่าวถึงเวลาต้องเช็คเอ้าท์ ตนจึงไปเรียกแต่ไม่เสียงตอบรับ จึงใช้คีย์การ์ดมาสเตอร์เปิดเข้าไป ก็พบว่าชายดังกล่าวหมดสติอยู่บนเตียง จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ทราบว่า นายโจชัว ได้โทรหาแม่ที่อังกฤษเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าถึงโรงแรมแล้ว จะออกไปหาอะไรกิน จากนั้นแม่ก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้อีกเลย

ทั้งนี้ นายโจชัว มีกำหนดเดินทางกลับประเทศอังกฤษ ในวันที่ 19 ม.ค. และคาดว่าจะถึงลอนดอน ในวันที่ 20 ม.ค. แต่ก็ไม่พบว่า นายโจชัว เดินทางไปกลับถึงอังกฤษแต่อย่างใด ทำให้ครอบครัวต่างพากันห่วงกังวลว่าอาจจะเกิดอันตรายอะไรขึ้น

กระทั่งวันที่ 21 ม.ค. แม่ของนายโจชัว โพสต์ข้อความว่า พบโจชัวแล้ว แต่เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว และครอบครัวกำลังดำเนินการเพื่อนำร่างของโจชัวกลับประเทศอังกฤษ

สำหรับการเสียชีวิตของ นายโจชัว กลายเป็นข่าวใหญ่ในอังกฤษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอังกฤษได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อช่วยกันออกตามหา กระทั่งพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มอังกฤษ กลายเป็นศพ เสียชีวิตในโรงแรมกลางกรุง หลังขาดการติดต่อกับแม่นาน 9 วัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...