คนไทยนอกประเทศตื่นตัว! ยอดใช้สิทธิเลือกตั้งปี 69 พุ่งเกือบ 90% ออสเตรเลีย–สหรัฐฯ นำโด่ง
กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยสถิติการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ประจำปี 2569 พบว่าคนไทยในต่างแดนให้ความสนใจและออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2566 สะท้อนความตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยในต่างประเทศที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรในปี 2569 มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิรวมทั้งสิ้น 139,810 ราย และมีผู้มาใช้สิทธิจริงจำนวน 122,674 ราย คิดเป็นร้อยละ 87.74 ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด
เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในปี 2566 พบว่ามีผู้ลงทะเบียน 115,227 ราย และมีผู้มาใช้สิทธิ 99,927 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 86.72 แสดงให้เห็นว่าทั้งจำนวนผู้ลงทะเบียนและสัดส่วนผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้
สำหรับประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
ออสเตรเลีย
สหรัฐอเมริกา
ญี่ปุ่น
สหราชอาณาจักร
เยอรมนี
ซึ่งสะท้อนการกระจุกตัวของชุมชนคนไทยในประเทศหลัก รวมถึงระดับความตื่นตัวทางการเมืองของแรงงานและนักศึกษาไทยในต่างแดน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ประจำปี 2569 กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิรวมทั้งสิ้น 95,975 ราย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายงานผลจำนวนผู้ออกเสียงอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มเดียวกับการเลือกตั้ง สส. ได้แก่ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น
ในด้านการจัดกระบวนการเลือกตั้ง กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรครอบคลุมถึง 135 ประเทศทั่วโลก โดยใช้ช่องทางและรูปแบบที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้สิทธิได้มากที่สุด
สำหรับวิธีการลงคะแนนเสียง แบ่งเป็น การตั้งคูหาเลือกตั้งในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล 63 แห่ง การเลือกตั้งทางไปรษณีย์ 63 แห่ง และหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ (Mobile Unit) อีก 62 แห่ง เพื่อรองรับพื้นที่ที่มีคนไทยอาศัยอยู่กระจายตัว
ส่วนการส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศได้จัดเตรียมช่องทางเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและปลอดภัย โดยแบ่งออกเป็น 3 วิธีหลัก ได้แก่ การขนส่งทางอากาศ (Cargo) จำนวน 72 แห่ง การให้เจ้าหน้าที่นำบัตรเลือกตั้งกลับด้วยตนเอง 19 แห่ง และการขนส่งทางรถยนต์ผ่านด่านชายแดน 4 แห่ง
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและกรมการกงสุลระบุว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นสถานะอย่างไม่เป็นทางการ และอยู่ระหว่างการเร่งประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บัตรเลือกตั้งทุกใบส่งถึงประเทศไทยภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนอย่างเป็นทางการต่อไป
การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างแดนครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และสะท้อนความเชื่อมโยงของคนไทยทั่วโลกกับกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศอย่างต่อเนื่อง