โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วุฒิสภาเปิดทาง ทรัมป์ลุยสงครามเต็มสูบ! ขณะอิหร่านเน้นโจมตีระบบคลาวด์

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วุฒิสภาไฟเขียวทรัมป์ลุยอิหร่านต่อ หลังมติจำกัดอำนาจถูกปัดตก ขณะอิหร่านงัดหลากยุทธวิธี ทั้งสงครามเงาและการสร้างสมรภูมิบนคลาวด์

ทั่วโลกกำลังจับตาการลงมติ "การจำกัดอำนาจการทำสงคราม" ในวุฒิสภาสหรัฐฯ ล่าสุด ผลการโหวตประสบความล้มเหลวหลังจากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับ "ไฟเขียว" ให้เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติซ้ำจากสภาคองเกรส

ทันทีที่ผลการลงมติออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง กองทัพอิสราเอลได้ประกาศเริ่มปฏิบัติการ "การโจมตีระลอกใหม่" (New Wave of Strikes) ในกรุงเตหะรานอย่างรุนแรง มุ่งเป้าไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและคลังแสงใต้ดิน ท่ามกลางรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองหลวงของอิหร่าน

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงด้วยความมั่นใจว่า "อเมริกากำลังได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด" พร้อมระบุว่า กำลังพลและยุทโธปกรณ์ระลอกใหม่กำลังเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อปิดเกมสงคราม โดยย้ำว่า เป้าหมายคือการทำลายขีดความสามารถในการคุกคามของอิหร่านให้สิ้นซาก

ด้านพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เปิดเผยว่า ยุทธวิธีได้เปลี่ยนจากการใช้ขีปนาวุธราคาแพง มาเป็นการครองน่านฟ้าโดยสมบูรณ์และใช้การทิ้งระเบิดนำวิถีโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ ซึ่งสะท้อนว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านแทบไม่เหลือประสิทธิภาพในการตอบโต้แล้ว

การผสานอำนาจการเมืองที่เบ็ดเสร็จของทรัมป์เข้ากับการรุกคืบอย่างหนักของอิสราเอล กำลังบีบให้อิหร่านซึ่งอยู่ในสภาวะ "ไร้หัวเรือใหญ่" ต้องเผชิญกับทางเลือกที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีในสงครามซึ่งเข้าสู่วันที่ 5 ในวันนี้ แต่ถึงกระนั้น อิหร่านยังคงพยายามใช้ทุกยุทธวิธีในการตอบโต้กลับ

อิหร่านงัด "สงครามเงา" ตอบโต้โครงสร้างพื้นฐาน

ท่ามกลางการรุกรานทางอากาศอย่างหนักหน่วงจนกองทัพแทบสิ้นสภาพ อิหร่านที่กำลังอยู่ในภาวะหลังพิงฝาจากการสูญเสียผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และถูกบีบคั้นด้วยมติวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเผชิญหน้าโดยตรงบนน่านฟ้า มาเป็นการใช้ "สงครามตัวแทน" และการโจมตีเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่รัฐบาลเตหะรานเริ่มเตรียมพิธีศพอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังคงเดินหน้าปล่อยโดรนพลีชีพและขีปนาวุธนำวิถีโจมตีข้ามพรมแดนไปยังกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน โดยมุ่งเป้าไปที่ "จุดยุทธศาสตร์นอกสนามรบ" เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ

การโจมตีในลักษณะนี้ถูกมองว่าเป็นพยายามครั้งสุดท้ายในการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งทาง สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันทีผ่านสื่อ โดยประกาศเตรียมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อรักษาเส้นทางการขนส่งพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย และสร้างเสถียรภาพให้กับการส่งออกน้ำมันทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ยุทธวิธี "ตีเข้าจุดยุทธศาสตร์ดิจิทัล" ของอิหร่านได้ยกระดับไปสู่อีกขั้น เมื่อเป้าหมายล่าสุดไม่ใช่เพียงฐานทัพทหาร แต่คือ "มันสมองดิจิทัล" ของโลกยุคใหม่ที่ตั้งอยู่ในบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ช็อกวงการเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นกับยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon

อิหร่านส่งโดรนขยี้ Amazon ตั้งแต่วันแรก

สื่อของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า ศูนย์ข้อมูลของ Amazon ในประเทศบาห์เรน ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เนื่องจากบริษัทให้การสนับสนุนกองทัพสหรัฐฯ

หน่วยงานด้านคลาวด์คอมพิวติ้งของบริษัท หรือ Amazon Web Services (AWS) แถลงว่า หนึ่งในอาคารสถานที่ในบาห์เรนได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนในบริเวณใกล้เคียงตั้งแต่วันอาทิตย์ 1 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลอีกสองแห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน หลังจากถูกโดรนโจมตีโดยตรง ทำให้ระบบทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้และต้องระงับให้บริการชั่วคราว

สำนักข่าว Fars ของอิหร่าน รายงานผ่าน Telegram ว่า การโจมตีในบาห์เรนมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ให้การสนับสนุนกิจกรรมทางการทหารและข่าวกรองของศัตรู

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอิหร่านได้ทำการตอบโต้กลับไปยังฐานทัพของอิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคอ่าว ทั้งนี้ ทาง Amazon ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้

นอกเหนือจากความเสียหายทางโครงสร้างแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon ยังประสบปัญหาไฟฟ้าขัดข้องและความเสียหายจากน้ำบางส่วน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามเข้าควบคุมประกายไฟและเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งส่งผลให้แอปพลิเคชันยอดนิยมบางตัวของ AWS ประสบภาวะอัตราข้อผิดพลาดพุ่งสูงขึ้น (elevated error rates) และความพร้อมในการใช้งานลดลง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทาง AWS ได้ให้คำแนะนำแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการคลาวด์ให้ทำการสำรองข้อมูลและพิจารณาย้ายปริมาณงาน ไปยังภูมิภาคอื่น รวมถึงถ่ายโอนปริมาณการใช้งานออกจากพื้นที่บาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยด่วน

AWS ได้ประกาศเปิดตัวภูมิภาคบริการ ในบาห์เรนเมื่อปี 2019 โดยเป็นผู้ดูแลระบบงานสำคัญจำนวนมากให้กับรัฐบาลในพื้นที่ นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินงานสำนักงานสาขาในบาห์เรน ซึ่งมีไว้สำหรับพนักงานของ AWS เป็นหลัก

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Amazon ได้สั่งการให้พนักงานออฟฟิศทั้งหมดในตะวันออกกลางปฏิบัติงานจากระยะไกล และ "ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลท้องถิ่น" ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...