ตอกหน้าทรัมป์! สเปนไม่กลัวโดยมีอียู‘ช่วยหนุน’พูดตอบโต้ใส่ทรัมป์‘ไม่เอาสงคราม’ หลังถูกผู้นำUSขู่คว่ำบาตรการค้าเพราะยัวะไม่ให้ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน
นายกรัฐมนตรีสเปนตอกกลับใส่หน้าทรัมป์อย่างแรงในวันพุธ (4 มี.ค.) โดยมีสหภาพยุโรปออกมาช่วยปกป้องด้วย หลังจากผู้นำสหรัฐฯข่มขู่เมื่อ 1 วันก่อนหน้า จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบกับแดนกระทิงดุ หลังจากที่มาดริดซึ่งเป็นทั้งพันธมิตรในยุโรปและสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตนสำหรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน
นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชส ของสเปน ระบุในการกล่าวปราศรัยทางทีวีว่า จุดยืนของรัฐบาลสเปนสามารถสรุปได้ด้วยคำว่า “ไม่เอาสงคราม” พร้อมกล่าวต่อไปว่า “เราไม่สามารถสมคบคิดทำอะไรบางอย่างซึ่งเป็นอันตรายต่อโลก และขัดแย้งกับค่านิยมและผลประโยชน์ของเรา เพียงเพราะความหวาดกลัวว่าจะถูกตอบโต้แก้แค้น”
“เราคัดค้านความหายนะครั้งนี้ “ชานเชส กล่าว พร้อมกับระบุว่าจุดยืนเช่นนี้ของเขาได้รับความเห็นด้วยจาก “รัฐบาลอื่นๆ จำนวนมาก” และ “พลเมืองนับล้านๆ ตลอดทั่วทั้งยุโรป, อเมริกาเหนือ, และตะวันออกกลาง ผู้ไม่ต้องการสงครามหรือความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้นในวันพรุ่งนี้”
ชานเชส ยังวิพากษ์วิจารณ์ พวกผู้นำซึ่ง “ใช้หมอกหนาทึบของสงครามมาซ่อนเร้นความล้มเหลวของพวกเขา” ที่บ้านของตัวเอง
“นี่คือวิธีการที่มหาหายนะทั้งหลายของมนุษยชาติเริ่มต้นขึ้นมา … คุณไม่สามารถเล่นพนันเสี่ยงๆ แบบเล่นรูเลตต์รัสเซีย โดยเอาชะตากรรมของคนนับล้านๆ มาเป็นเดิมพัน” เขากล่าว พร้อมกับเน้นย้ำถึงผลกระทบทางลบอย่างชัดเจนของสงครามอิรัก ตั้งแต่การพุ่งพรวดขึ้นมาของการก่อการร้ายของพวกนักรบญิฮาด ไปจนถึงราคาพลังงานซึ่งทะยานลิ่ว และโต้แย้งว่าการโจมตีอิหร่านก็ก่อให้เกิดความมืดมนพอๆ กัน
ไม่เฉพาะซานเชส ทางด้านรองนายกรัฐมนตรีของเขา มาเรีย เฆซัส มอนเตโร ก็ออกมาแถลงว่า สเปน “จะไม่ยอมเป็นบริวาร” ของชาติอื่น ไม่ทนต่อการข่มขู่ใดๆ และจะปกป้องค่านิยมต่างๆ ของตนเอง พร้อมกับหยิบยกการที่สเปนได้รับความสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรประบุในคำแถลงที่ออกมาวันพุธ (4) ว่า คาดหวังให้สหรัฐฯยึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับทางอียู พร้อมกันนั้นก็แสดง “ความสมานฉันท์อย่างเต็มที่” กับบรรดารัฐสมาชิก ทว่าไม่ได้ออกชื่อประเทศสเปนโดยตรง
ด้าน อันโตนิโอ คอสตา ประธานของคณะมนตรียุโรป ซึ่งเป็นที่ประชุมของบรรดาผู้นำรัฐสมาชิกอียู โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มXในวันเดียวกันว่า “ผมเพิ่งพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีชานเชส เพื่อแสดงความสมานฉันท์อย่างเต็มที่ของอียูกับสเปน อียูจะให้คำรับรองเสมอว่าผลประโยชน์ต่างๆ ของบรรดารัฐสมาชิกจะได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่”
ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร (3) ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ระหว่างการหารือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ โดยบอกว่า “สเปนแย่มาก” พร้อมเสริมว่า เขาได้บอกกับรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ ของสหรัฐฯ ให้ “ตัดความสัมพันธ์ทั้งหมด” กับสเปน
“เราจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับสเปน เราไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสเปน” เขากล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้สหรัฐฯ ได้เคลื่อนย้ายเครื่องบิน 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง ออกจากฐานทัพโรตา และ โมรอนทางตอนใต้ของสเปน หลังจากที่นายกฯซานเชส ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายซ้ายกล่าวว่าจะไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเหล่านั้นเพื่อโจมตีอิหร่าน
ทรัมป์ อ้างถึงการที่สเปนปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้สมาชิกนาโตทุกประเทศใช้จ่าย 5% ของ GDP ในด้านการป้องกันประเทศอีกครั้ง และกล่าวเสริมว่า "สเปนไม่มีอะไรที่เราต้องการเลย"
"ธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสเปน ผมมีสิทธิ์ที่จะหยุดมันได้ การคว่ำบาตร - ผมจะทำอะไรก็ได้ที่ผมอยากทำกับสเปน และเราอาจจะทำอย่างนั้นกับสเปน" เขากล่าว พร้อมแสดงความไม่พอใจอีกครั้งต่อคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้วที่ระบุว่า ภาษีนำเข้าทั่วโลกที่กว้างขวางที่สุดของเขานั้นผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
ด้าน แมร์ซ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมว่า เขาได้บอกกับ ทรัมป์ เป็นการส่วนตัวว่า สเปนไม่สามารถถูกกีดกันออกจากข้อตกลงทางการค้าที่บรรลุระหว่างบรัสเซลส์และวอชิงตันเมื่อปีที่แล้วได้
"ผมบอกว่าสเปนเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป และเราเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐอเมริกาด้วยกันเท่านั้น หรือไม่ก็ไม่เจรจาเลย" เขากล่าว "ไม่มีทางที่จะปฏิบัติต่อสเปนอย่างเลวร้ายเป็นพิเศษได้"
ทรัมป์ ได้ถามความเห็นของ เบสเซนต์ และเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ขณะที่มีผู้สื่อข่าวจำนวนมากรับฟังอยู่ เกี่ยวกับการตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปน
"ครับท่าน ผมคิดว่าเราจะคุยกับท่านเรื่องนี้" กรีเออร์ กล่าวตอบ "เรารู้ว่าท่านสามารถใช้อำนาจนี้ได้ และหากท่านจำเป็นต้องใช้เพื่อประกันความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจ เราก็จะทำ"
เบสเซนต์ กล่าวอ้างว่า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยืนยันอำนาจการคว่ำบาตรของ ทรัมป์ ภายใต้รัฐบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ และเสริมว่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และกระทรวงพาณิชย์จะเริ่มการสอบสวนเกี่ยวกับวิธีการลงโทษสเปนภายใต้กฎหมายการค้าอื่นๆ
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี )
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO