“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับสัญญาณทรัมป์รับประกันเสถียรภาพน้ำมัน
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก หลังรายงานข่าวว่าอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจายุติสงคราม ขณะโดนัลด์ ทรัมป์ให้คำมั่นคุ้มกันการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 5 มีนาคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (5 มี.ค.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ดีดตัวขึ้นในคืนก่อนหน้า หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากรายงานข่าวที่ระบุว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะการรับประกันความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อภาวะตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเปิดปรับตัวขึ้นในวงกว้าง โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 55,204.16 จุด เพิ่มขึ้น 958.62 จุด หรือ 1.77% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,583.65 จุด เพิ่มขึ้น 334.17 จุด หรือ 1.32% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,109.78 จุด เพิ่มขึ้น 27.31 จุด หรือ 0.67% ด้านดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.38% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นมากกว่า 12% ในช่วงเปิดตลาด
รายงานจากหนังสือพิมพ์ The New York Times ระบุโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อทางอ้อมกับสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (CIA) เพื่อส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการเปิดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งผ่านหน่วยข่าวกรองของประเทศที่สามซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อ ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณแรกของการลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค หลังสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านกับฝ่ายพันธมิตรของสหรัฐฯ สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือรบเข้าไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งเสนอจัดให้มีระบบประกันภัยความเสี่ยงทางการเมืองสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่ปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้การขนส่งพลังงานในเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันโลก และลดความเสี่ยงต่อราคาพลังงานที่อาจพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมสำคัญของจีนที่เรียกว่า “Two Sessions” ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของสองสถาบันการเมืองหลัก ได้แก่ การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) ที่เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC) ซึ่งเปิดประชุมในวันนี้ โดยเวทีดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลจีนจะประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจ นโยบายการคลัง และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสำหรับปีถัดไป
รายงานของสื่อระบุว่า รัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2569 ไว้ในกรอบ 4.5%–5% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่จีนเริ่มประกาศเป้าหมายการเติบโตอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ทั้งจากภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อ การชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา
เป้าหมายดังกล่าวลดลงเล็กน้อยจากระดับประมาณ 5% ที่รัฐบาลจีนใช้เป็นเป้าหมายต่อเนื่องในช่วงสามปีที่ผ่านมา และถือเป็นระดับต่ำสุดสำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก หากไม่นับรวมปี 2563 ซึ่งรัฐบาลจีนไม่ได้กำหนดเป้าหมายการเติบโต เนื่องจากผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป้าหมายการเติบโตที่ต่ำลงสะท้อนแนวโน้มที่จีนต้องการตั้งเป้าหมายอย่างระมัดระวังมากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก