โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 มกราคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 22.36 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 22.36 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 มกราคม 2569

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก คุณลุงวัย 62 ปีเสียชีวิต

07.29 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิขุนรัตนาวุธ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนสาย ดอนชะเอม - ท่ามะกา ช่วงทางสามแยกใกล้เคียงเซเว่น ดอนชะเอม ม.6 ต.ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ - แดง ลักษณะชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีฟ้า ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 62 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ามะกา

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสะแกงาม 7 คาดเกิดจากการจุดธูปเทียนทิ้งไว้

10.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสะแกงาม 7 แยก 1 ถนนสะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ประกอบกิจการขายเสื้อผ้าและใช้เป็นที่พักอาศัยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายโต๊ะหมู่บูชา เครื่องรับโทรทัศน์ และลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน

>> เร่งล่าตัว คนร้ายชักปืน 9 มม. ยิงใส่สายตรวจขณะขอตรวจค้น

11.00 น. จากกรณีเกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนร้ายในพื้นที่อำเภอสันกำแพง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา บริเวณถนนภายในหมู่บ้านบ้านไร่พัฒนา หมู่ 8 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

เหตุการณ์เริ่มขึ้นขณะที่ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.สันกำแพง กำลังออกตรวจพื้นที่ตามปกติ ได้พบชายต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธจอดรถจักรยานยนต์อยู่ข้างทาง จึงได้เข้าไปแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ในระหว่างนั้น ชายคนดังกล่าวกลับชักอาวุธปืนออกมายิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที แต่ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ สามารถกระโดดหลบวิถีกระสุนได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้อาวุธปืนพกประจำกายยิงสวนกลับไป 1 นัดเพื่อป้องกันตัว ทำให้คนร้ายตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ของตนเองไว้ในที่เกิดเหตุ และวิ่งหลบหนีหายเข้าไปในความมืด

ล่าสุด พล.ต.ต.ธวัชชัย พงศ์วิวัฒนะชัย รอง ผบช.ภ.5 ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนภาค 5 และชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อวางแผนปิดล้อมจับกุมและเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับคนร้ายรายนี้โดยเร็วที่สุด ในข้อหา “พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่” เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจและเป็นภัยต่อสังคม

>> กรมการแพทย์ เตรียมโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกรณีติดเชื้อ "ไวรัสนิปาห์" รองรับผู้ป่วยอาการปานกลาง-รุนแรง

11.13 น. นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์กรณีเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) ว่า กรมการแพทย์ เตรียมความพร้อมและจัดทำแนวทางด้านการวินิจฉัย ดูแลรักษา และการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการรายงาน การติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ในประเทศไทย

"อย่างไรก็ตาม กรมการแพทย์ ได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกระดับ โดยได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสนิปาห์ของประเทศต่างๆ การเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ทั้ง โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี รพ.นพรัตนธานี และ รพ.เลิดสิน รวมทั้งโรงพยาบาล/สถาบันเฉพาะทางต่างๆ เน้นย้ำให้ผู้บริหาร โรงพยาบาลเตรียมพร้อมในทุกด้าน อาทิ บุคลากร เวชภัณฑ์ เตียง ห้องผ่าตัด หรือส่วนงานบริการในโรงพยาบาลอื่นๆ ที่จำเป็น รวมถึงให้มีการประสานงานหน่วยงานเครือข่ายใน"

"การจัดทำคำแนะนำสำหรับแพทย์ และบุคลากรกรทางการแพทย์ และสาธาธารณสุข การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แนวทางการจัดระบบบริการของโรงพยาบาล กรณีมีการระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ และคำแนะนำการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองส่งส่วนบุคคลสำหรับบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์"

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของ รพ.ราชวิถี พบว่า มีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยสงสัย และผู้ป่วยยืนยันจากโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ทั้งในกรณีที่มีผู้ป่วยสงสัยมาโรงพยาบาลเอง หรือระบบการรับ-ส่งต่อผู้ป่วย ตั้งแต่จุดคัดกรอง จุดตรวจผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน รวมทั้งห้องแยกตรวจโรค ซึ่ง รพ.ราชวิถีมีห้องแยก สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง จนถึงอาการรุนแรง ขอให้ประชาชนมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยของระบบสาธารณสุขไทย

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยรามคำแหง 24 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ เสียหายที่ห้องเครื่อง

14.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องรถยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก

>> เมืองพัทยา สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เก็บปัสสาวะ/มูลค้างคาวแม่ไก่ ส่งตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ เพื่อกำหนดแนวทางเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด

14.34 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ซึ่งมีความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตสูง สร้างความกังวลให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ รวมถึงชาวบ้านในซอยพัทยานาเกลือ 18/1 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังพบว่ามีฝูงค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในชุมชน เกรงอาจเป็นพาหะนำเชื้อโรคแพร่กระจาย โดยเฉพาะภายหลังมีรายงานข่าวการระบาดของไวรัสดังกล่าว

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวัง นำโดยฝ่ายป้องกันและควบคุมโรค เมืองพัทยา ร่วมกับกลุ่มงานสัตวแพทย์ เมืองพัทยา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางละมุง ปศุสัตว์อำเภอบางละมุง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขต 6 ศรีราชา ประชุมวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน

โดยเมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างปัสสาวะและมูลของค้างคาวแม่ไก่ เพื่อนำส่งตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตวแพทย์ภาคตะวันออก พร้อมทั้งเร่งรายงานผลการตรวจให้ผู้บริหารรับทราบ เพื่อกำหนดแนวทางเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป

>> บุกทลายเครือข่ายแก๊สหัวเราะรายใหญ่กลางกรุง รวบ 5 จีนเทา ยึดของกลาง 1,770 ถัง มูลค่ากว่า 3.5 ล้าน

15.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.), กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แถลงข่าวภายหลังร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง แก๊สหัวเราะ (แก๊สไนตรัสออกไซด์) รวมจำนวน 1,770 ถัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย นี้ มีความรู้จักและเกี่ยวข้องกัน โดยทุกคนทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าสต๊อคโกดัง รอรับคำสั่งจากบอสชาวจีนว่าจะมีคนมาส่งของ หรือจะมีคนมารับของอย่างไร โดยทั้งหมดอ้างว่าไม่รู้จักบอสคนดังกล่าวเป็นการส่วนตัว จะติดต่อสื่อสารกันผ่านทางแอบพลิเคชั่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ และจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น มีทั้งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า มีการนำแก๊สที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศดังกล่าว มาซุกซ่อนไว้ในสถานที่ดังกล่าวเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไปจริง โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 25,000 บาท/เดือน

>> ก.ศึกษาธิการ เตรียมออกมาตราการป้องกัน “ไวรัสนิปาห์” (NIPAH) ในสถานศึกษาทั่วประเทศ

15.56 น. ศาสตราจารนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ถึงมาตรการเฝ้าระวังเรื่องไวรัสนิปาห์ในสถานศึกษา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้ทุกกระทรวงเฝ้าระวังอย่างรอบด้าน ว่า ในการประชุมวันนี้ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยมีอธิบดีกรมควบคุมโรคมาให้ข้อมูลพร้อมหารือร่วมกันอย่างเข้มข้น

จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสนิปาห์ (NIPAH) ในพื้นที่รัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่และเสียชีวิตนั้น กระทรวงศึกษาธิการเตรียมออกแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดในหน่วยงาน และสถานศึกษาตามมาตรฐานสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เบื้องต้นแนะนำให้ทุกคนพยายามดูแล และป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรค (Reservoir) และสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และ แกะ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ หากมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ควรพบแพทย์ทันที

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคที่แพร่ได้หลายทาง ได้แก่ แพร่จากสัตว์สู่คน ด้วยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ, แพร่จากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเลือด และแพร่จากการบริโภคน้ำผลไม้ที่เก็บด้วยวิธีการที่ไม่สะอาดและปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว มีระยะฟักตัวอยู่ที่ 4-14 วัน หรืออาจนานได้ถึง 45 วัน ซึ่งจะมีอาการ แบ่งออกได้หลายระดับ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, เจ็บคอ อาเจียน, ไอ เหนื่อยหอบ เป็นต้น

>> สตช. สั่งตำรวจจราจรทั่วประเทศ “ตักเตือนก่อนปรับ” ถึงเดือนมีนาคมนี้ บันทึกประวัติผ่านระบบ PTM พบทำผิดซ้ำออกใบสั่งทันที

16.06 น. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ในการขับเคลื่อนนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในหัวข้อ “6 เร่งรัด” ข้อ 5 กวดขันเสริมสร้างวินัยจราจร และข้อสั่งการ ผบ.ตร. ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดำเนินการออกใบสั่งโดยระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร (Police Ticket Management หรือ PTM) เพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 140 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรในการว่ากล่าวตักเตือน หรือเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจร

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การบังคับใช้กฎหมายจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการว่ากล่าวตักเตือนประชาชนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ โดยมีการบันทึกประวัติผ่านระบบ PTM เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยสร้างความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรผู้ปฏิบัติ เกี่ยวกับการออกใบสั่งผ่านระบบ PTM และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยให้ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนเป็นอันดับแรก ก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ ในห้วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม 2569 และเมื่อพบว่าเป็นการกระทำความผิดซ้ำ ให้ออกใบสั่งบังคับใช้กฎหมายตามปกติ

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้คณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร (ศจร.ตร.) และกองสารนิเทศ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการสร้างเสริมวินัยและการเคารพกฎจราจร เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดการกระทำผิดกฎหมายจราจร

>> สาว ชาว สปป.ลาว ถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตเสียชีวิต ร่างติดคาต้นทุเรียนกลางสวนเมืองจันท์

16.30 น. ร้อยตำรวจเอกชาตรี ศรีไชยเดช รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เข้าตรวจสอบเหตุแรงงานต่างด้าวถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตเสียชีวิต ภายในสวนผลไม้ ในพื้นที่ ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่าง หญิงสาว 1 ราย อายุ 34 ปี เป็นแรงงานสัญชาติ สปป.ลาว เสียชีวิตอยู่บนยอดต้นทุเรียน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำการตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนให้อาสากู้ภัยนำรถกระเช้าขึ้นช่วยยกร่างผู้เสียชีวิตลงจากต้นไม้

จากการตรวจสอบพบ บันไดอะลูมิเนียม ที่พาดกับต้นทุเรียนมีรอยไหม้จนละลาย และ กรรไกรเหล็กด้ามอะลูมิเนียม มีรอยไหม้บริเวณปลายจนขาดออกเป็น 2 ท่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ประกอบการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บสาหัส เป็นพ่อของนักร้องชื่อดัง "จ๊ะ นงผณี"

17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ชัยพฤกษ์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนหอการค้า ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ ทะเบียนปทุมธานี จอดอยู่โดย มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น ฟีราโน่ สีแดง ทะเบียนกรุงเทพ ถูกชนอัดติดอยู่บริเวณหน้ารถ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อ คือ นายประดิษฐ อายุ 68 ปี พ่อของ น.ส.นงผณี หรือจ๊ะ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ซึ่งหลังเกิดเหตุ จ๊ะ ได้นั่งดูอาการคุณพ่ออยู่ไม่ห่าง ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลปากเกร็ด อย่างเร่งด่วน

จากการสอบถาม น.ส.นงผณี หรือ จ๊ะ ให้ข้อมูลเพียงว่า คุณพ่อออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาดใกล้หมู่บ้านและอยู่ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่มาเกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่ทางด้านคนขับรถกระบะเป็นหญิงยังอยู่ในการตกใจ ร้องไห้ตลอดเวลา ทางด้านตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุและเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุ โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุรวมถึงสอบปากคำคนขับรถกระบะเพิ่มเติมอีกครั้ง

>> คุณลุงชาวสูงเม่น สำลักควันดับคาที่นา หลังเร่งจุดไฟเผาก่อนถึงวันประกาศห้ามเผาจังหวัดแพร่

18.10 น. พ.ต.ต.สุทธิพจน์ ทนันชัย สว.(สอบสวน) สภ.สูงเม่น จ.แพร่ รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตบริเวณทุ่งนา หมู่ 5 ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น จ.แพร่

ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมาคือ ชายไทย อายุ 65 ปี สภาพถูกไฟคลอกทั้งร่าง บริเวณโดยรอบ พบร่องรอยการเผาไหม้หญ้าแห้งเป็นวงกว้าง โดยผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ตนเองออกมาหาปลาแล้วเห็นคนนอนอยู่ จึงเข้าไปดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยยังมีควันไฟคุกรุ่นอยู่รอบๆ

ด้าน ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 เผยว่า ผู้ตายตั้งใจมาจุดไฟเผาหญ้าเพื่อเตรียมพื้นที่ ก่อนจะเข้าช่วงประกาศ "ห้ามเผาเด็ดขาด" ของ จ.แพร่ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ แต่คาดว่าลมเปลี่ยนทิศจนสำลักควันและถูกไฟคลอกเสียชีวิตสลด

จากการชันสูตรเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย แพทย์สันนิษฐานว่าสูดดมควันไฟปริมาณมากจนวูบหมดสติ ทางด้านญาติ ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต ไม่ติดใจสาเหตุ เตรียมนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

>> คุณตาวัย 78 ปีพ่อค้าขายขนมไทย เข็นรถกลับบ้าน กำลังข้ามทางม้าลาย ถูกรถกระบะชนเสียชีวิตกลางถนน จ.นนทบุรี

19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถเข็นขายของ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดทางเข้าวัดศรีราษฎร์ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 78 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ ทะเบียน กทม. ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถเข็น 3 ล้อ อยู่ในลักษณะพลิกตะแคงอยู่บริเวณศาลาป้ายรถประจำทาง และยังพบเศษใบตองตกหล่นอยู่เต็มถนน

ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สามีเป็นพ่อค้าขายขนมไทย จำพวกข้าวต้มมัด, ขนมใส่ไส้ โดยทุกวันสามี จะออกจากบ้านที่อยู่ในซอยวัดศรีราษฎร์ แต่เช้าจะเข็นไปขายอยู่ที่ประจำตลาดวัดโบสถ์ ซึ่งวันนี้ก็เช่นกันสามีกำลังเข็นรถข้ามถนนเพื่อกลับบ้านแต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ขณะเดียวกัน ทางด้านคนขับรถกระบะ กล่าวว่า ในขณะที่ขับมายืนยันว่ามองไม่เห็นจริงๆ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมเก็บคลิปจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงจะต้องสอบปากคำคนขับรถเพิ่มเติม ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป

>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ แล้วเกิดเพลิงไหม้ บริเวณแยกประเวศ อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

21.17 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณแยกประเวศ ถนนสุขุมวิท 77 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายบริเวณด้านหน้ารถ อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากอุบัติเหตุทำให้รถพลิกคว่ำ เกิดเพลิงไหม้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสิรินธร พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ

>> แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ภายในพื้นที่ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

23.10 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 3 กม. ภายในพื้ยที่ของ ต.วังแก้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง (19.27°N,99.62°E) ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน

>> พนักงานเก็บขยะ ผงะเจอศพเด็กทารกยัดใส่กล่องกระดาษทิ้งถังขยะ ย่านห้วยขวาง ตร.เร่งตรวจวงจรปิดหาตัวคนทิ้ง

02.49 น. พ.ต.ท.นคร ตั้งรวมทรัพย์ สารวัตร(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุพบร่างเด็กทารกเสียชีวิต บริเวณซอยประชาอุทิศ 1 เขตห้วยขวาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ พบรางเด็กทารกแรกเกิดเพศหญิง ห่อด้วยเสื้อยืดสีขาว ใส่กล่องกระดาษสีน้ำตาลถูกทิ้งในถังขยะ ตามร่างกายไม่พบบาดแผล คาดว่าเสียชีวิตมาไม่เกิน 12 ชั่วโมง จึงบันทึกรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพไปชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง

สอบถามพนักงานเก็บขยะ ให้การว่า ขณะกำลังเก็บถ่ายขยะใส่ถังตามปกติ บริเวณหน้าอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง เห็นกล่องกระดาษหนักๆอยู่ในถังขยะ ตอนนั้นไม่ได้สงสัยเอะใจอะไร หลังจากเก็บขยะรวมใส่ถังเพื่อนำขึ้นรถขยะ ตนมือเปื้อนกลิ่นเหม็นขยะ และเห็นผ้ายืดสีขาว จึงหยิบมาจะเช็ดมือที่เปื้อน ” รู้สึกตกใจมาก “ เมื่อเห็นศพเด็กทารกห่อด้วยเสื้อยืดสีขาวในกล่องกระดาษ จึงเรียกเพื่อนร่วมงานมาดูก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว เพื่อตามหาตัวผู้ที่นำศพเด็กทารกมาทิ้ง ก่อนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...