โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะลึก Ambush Marketing กลยุทธ์ “นักปาด” ไม่ต้องจ่ายแพงแต่แย่งซีนเก่ง

SMART SME

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 10.31 น.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางแบรนด์ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์งานดังๆ แต่กลับถูกพูดถึงมากกว่าเจ้าของเงินตัวจริง? นี่คือศิลปะการขโมยซีนที่เรียกว่า Ambush Marketing กลยุทธ์ที่ใช้ไหวพริบมากกว่าเม็ดเงินเพื่อช่วงชิงพื้นที่ในใจผู้บริโภค

แม้จะไม่ได้ตีตั๋ว VIP เข้างาน แต่ถ้า “ตีเนียน” ได้ที่ แบรนด์ก็สามารถเป็นพระเอกครองใจลูกค้าได้ไม่ยาก

Ambush Marketing หรือ “การตลาดแบบซุ่มโจมตี” คือกลยุทธ์ที่แบรนด์พยายามสร้างความเชื่อมโยงกับกิจกรรมหรืออีเวนต์ใหญ่ๆ เช่น ฟุตบอลโลก, โอลิมปิก หรือคอนเสิร์ตระดับโลก โดยที่แบรนด์นั้น “ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ” พูดง่าย ๆ คือการอาศัยจับจังหวะกระแสของงานนั้น ๆ มาโปรโมทตัวเองแบบเนียน ๆ เพื่อให้คนเข้าใจผิด หรือจดจำแบรนด์ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสปอนเซอร์มหาศาลที่มักจะมีราคาสูงลิบลิ่วหากเป็นมหกรรม หรืองานที่อยู่ในสายตาของผู้คนจำนวนมาก

จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของกลยุทธ์นี้คือ “ความคุ้มค่า” ครับ เพราะสามารถสร้าง Brand Awareness ได้มหาศาลโดยใช้เพียงงบโฆษณาปกติ หรือใช้ไอเดียสร้างสรรค์ แทนการจ่ายค่าลิขสิทธิ์มหาศาล นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูเป็นคน “กล้าคิดนอกกรอบ” และมีอารมณ์ขัน ซึ่งมักจะได้รับความสนใจจากสื่อ และชาวโซเชียลจนเกิดเป็นกระแสไวรัลได้ง่ายกว่าโฆษณาทางการที่มักจะดูเคร่งครัดจนเกินไป

แน่นอนว่า ทุกธุรกิจ ทุกแบรนด์ สามารถนำกลุยุทธ์นี้มาใช้ได้หมด แต่ที่เห็นผลชัดมาก คือสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องดื่ม ขนม อาหาร หรือแบรนด์แฟชั่นและอุปกรณ์กีฬา เพราะเป็นสินค้าที่คนตัดสินใจซื้อตามอารมณ์และกระแสได้ทันที รวมถึงยังเหมาะกับ แบรนด์น้องใหม่หรือแบรนด์งบน้อย ที่ต้องการท้าทายเจ้าตลาดเพื่อสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

[กรณีศึกษา: เมื่อแบรนด์ใหญ่โดนแย่งซีน]

Nike vs. Adidas: ในงานกีฬาใหญ่ๆ Adidas มักเป็นสปอนเซอร์หลัก แต่ Nike มักจะปล่อยแคมเปญโฆษณาที่ใช้นักกีฬาดังๆ หรือสร้างแลนด์มาร์คใกล้สนามแข่ง จนคนดูจำสลับกันว่าใครคือสปอนเซอร์ตัวจริงกันแน่

Bavaria Beer: ในฟุตบอลโลกปี 2010 เบียร์ยี่ห้อนี้ส่งสาวสวย 36 คนใส่ชุดสีส้ม (สีประจำแบรนด์) เข้าไปเชียร์ในสนาม ทั้งที่เบียร์เจ้าที่เป็นสปอนเซอร์ทางการคือ Budweiser ผลคือคนจำสาวชุดส้มได้มากกว่าโฆษณาในสนามเสียอีก

Paddy Power: แบรนด์รับพนันจากอังกฤษที่ชอบทำอะไรแสบๆ เช่น การขึ้นป้ายโฆษณาให้กำลังใจนักกีฬาในเมืองที่ชื่อเหมือนกับสถานที่จัดงานโอลิมปิก เพื่อเลี่ยงกฎหมายลิขสิทธิ์แต่ได้กระแสเต็มๆ

กลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงิน แต่มันคือการวัด “กึ๋น” และ “ความเร็ว” ของแบรนด์ แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์หรือจริยธรรมที่ต้องระวังให้ดี แต่ถ้าทำออกมาได้สร้างสรรค์และไม่น่าเกลียดจนเกินไป รางวัลที่ได้คือการเป็น Talk of the Town ที่เงินกี่ล้านก็ซื้อไม่ได้ในยุคที่ผู้บริโภคเลือกเสพเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...