โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“โกศลวัฒน์” ยกเคสหนุ่มสติไม่ดีขโมยอาหาร มองเป็นปัญหาสังคม ครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 08.56 น.
ภาพไฮไลต์

คดีหนุ่มสติไม่ดีลักทรัพย์อาหารญี่ปุ่น ผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด ขณะที่น้องสาวขอประกันตัวพี่ชายออกไป และหาหลักฐานจากโรงพยาบาลมายืนยันอาการป่วย ด้าน “โกศลวัฒน์” อธ.อัยการ สคช.มองเป็นปัญหาสังคมที่ครอบครัวจะต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี พร้อมให้คำปรึกษาทางกฎหมาย
กรณี นายโย อายุ 34 ปี หนุ่มสติไม่สมประกอบ ก่อเหตุขโมยถุงกับข้าวที่ไรเดอร์นำไปแขวนไว้ที่ประตูบ้านผู้เสียหาย ก่อนผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดชายสติไม่ดี ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยี่ห้อเทอร์โบ ถุงพลาสติกหูหิ้วสีขาวภายในใส่อาหารญี่ปุ่นไป เหตุเกิดพื้นที่ สน.ยานนาวา เมื่อคืนวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าคดีนี้ ที่ สน.ยานนาวา วันที่ 19 ก.พ.69 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวผู้เสียหายยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทางพนักงานสอบสวนจึงต้องทำสำนวนส่งฟ้องศาลไปตามขั้นตอน โดยเมื่อคืนน้องสาวของผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวพี่ชายออกไปแล้ว และจะพาพี่ชายไปตรวจสภาพจิตโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อขอใบรับรองว่าพี่ชายมีอาการทางจิต แต่เบื้องต้นยังไม่มีใบรับรองจากแพทย์ เพียงแค่มีอาการขึ้นสุดลงสุดเมื่อโกรธ ส่วนด้านคดีพนักงานสอบสวนก็ต้องยื่นฟ้องไปตามขั้นตอน
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) กล่าวถึงกรณีชายสติไม่ดีลักขโมยถุงกับข้าว ก่อนถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ ว่า กรณีดังกล่าวสามารถนำมาสอนเป็นบทเรียนให้แก่สังคมได้ดี เพราะว่าผู้ที่ไปลักทรัพย์มีอาการไม่ปกติ แต่ต้องตรวจสอบว่าที่ว่าไม่ปกตินั้น ได้เข้าทำการรักษาหรือไม่ และอาการไม่ปกตินั้นรุนแรงขนาดไหน ในทางกฎหมายผู้ป่วยทางจิตที่ไม่ต้องรับโทษ คือ ต้องทำความผิดในขณะที่ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่ถ้ายังรู้บ้างไม่รู้บ้างก็ยังคงต้องรับผิดอยู่ ต้องมาตรวจสอบว่า การรักษาตัวดังกล่าวนั้น ถึงขั้นที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีหรือไม่
อธิบดีอัยการ สคช. กล่าวว่า ทุกวันนี้ปัญหาทางสังคมจากคนคลุ้มคลั่งทำร้ายคนอื่นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โรคจิตจากการหลอนยาเสพติด และผู้ป่วยทางจิตประสาท เพราะฉะนั้นควรได้รับการบำบัดรักษา กรณีการป่วยทางจิตจากการเสพยาเสพติดมี พ.ร.บ.ยาเสพติด ให้นำตัวผู้ป่วยไปบำบัดรักษา แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยโรคจิตเวชมี พ.ร.บ.สุขภาพจิต ที่จะนำไปบำบัดรักษาเช่นกัน แต่จะแยกอาการป่วยออกไปรักษาต่างกัน
นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า กรณีนี้หากมีประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลก็จะต้องนำหลักฐานมาเสนอให้ศาลเห็นว่า มีอาการหนักมากน้อยเพียงใด ทางอัยการ สคช.ยินดีที่จะให้คำปรึกษา และพร้อมที่จะเขียนคำแถลงต่อศาล หากมีหลักฐานว่าเป็นอาการป่วยอย่างไร ทั้งนี้ผู้เป็นญาติเองจะต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี ไม่ปล่อยปละละเลยผู้ป่วยโรคจิต ควรจะต้องให้ผู้ป่วยอยู่ในที่จำกัด ญาติจะต้องดูแลไม่ให้ผู้ป่วยออกไปสร้างปัญหาให้กับสังคมด้วย
“หลายๆ กรณีที่พ่อแม่จะต้องมานั่งอ้อนวอนขอร้องไม่ให้ผู้เสียหายเอาความกับลูกหลานที่มีอาการป่วยทางจิตประสาท ซึ่งมันไม่ควรที่จะต้องมาถึงจุดที่มาอ้อนวอนขอร้องกันเลย หากคนในครอบครัวช่วยกันดูแลไม่ให้ผู้ป่วยออกไปก่อเหตุในสังคม คดีนี้เป็นคดีลักทรัพย์ไม่สามารถยอมความได้ อาจจะให้ตัวผู้ต้องหาไปขอโทษฝ่ายผู้เสียหายและนำหลักฐานการป่วยรักษาตัวไปแสดงให้เขาดู หรือให้อัยการเชิญมาคุยกัน และนำหลักฐานไปแถลงศาล ว่า กรณีผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความแล้วขอให้ศาลลงโทษสถานเบา หรือรอลงอาญาไว้ก่อน เป็นทางออกที่อัยการ สคช.จะช่วยได้” นายโกศลวัฒน์กล่าว
อธิบดีอัยการ สคช. กล่าวว่า จากการที่ตนได้ไปลงพื้นที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยามาพบว่า ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอาการป่วยทางจิตประสาทเกิดจากผู้ป่วยไม่รับประทานยาต่อเนื่อง หากกินยาต่อเนื่องอาการจะไม่กำเริบ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวต้องช่วยกันดูแลผู้ป่วย ในภาคสังคมหากพบผู้ป่วยทางจิตประสาท สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่นำผู้ที่ป่วยไปบำบัดรักษาได้ตามกฎหมาย ถ้าครอบครัวใดที่มีผู้ป่วยโรคจิตประสาทสามารถโทรศัพท์มาที่ 1157 หรือปรึกษาอัยการ สคช.ใกล้บ้านเพื่อขอคำแนะนำได้.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “โกศลวัฒน์” ยกเคสหนุ่มสติไม่ดีขโมยอาหาร มองเป็นปัญหาสังคม ครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยให้ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...