CK เคจีไอชี้เข้าโหมดพีค! Q4/68 ดีสุดรอบสิบปี เคาะเป้าใหม่ 20.60 บ.
#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ ส่องหุ้น บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ประมาณการ Q4/68F จะเป็นไตรมาส 4 ที่ดีสุดในรอบสิบปี โดยคาดกำไร Q4/67F ที่ 359 ลบ. พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 171 ลบ.ใน Q4/67 รายได้จากธุรกิจก่อสร้างคาดว่ายังคงแข็งแกร่งที่มากกว่า 1 หมื่นลบ. (-2% QoQ, +14% YoY), ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) คาดกลับสู่ระดับปกติที่ 7.3% (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปี 2567) ส่วนค่าใช้จ่ายน่าจะพีคในไตรมาสสุดท้ายตามปกติ มองด้านบวก เงินที่ได้รับจากการขายโครงการเขื่อนหลวงพระบางมูลค่า 2.8 พันลบ. จะนำไปชำระคืนเงินกู้ ส่งผลให้ต้นทุนการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-33% YoY, -18% QoQ) โดย net gearing ล่าสุดลดลงเหลือ 1.32x จาก 1.47x
ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางถูกเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน (ไม่ใช่บริษัทร่วมแล้ว) ทำให้ CK ไม่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้สกุล USD ของหลวงพระบางอีกต่อไป ขณะที่ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น(+86% YoY, -25% QoQ) หลักๆ มาจาก Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)* และ CK Power (CKP.BK/CKP TB)*
กำไรปี 2568F ทุบสถิติใหม่ 3.2 พันลบ.
สมมติฐานที่ประมาณการกำไร Q4/68F ของฝ่ายวิจัยโดดเด่นตามคาด ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มกำไรปี 2568F ขึ้น 8.7% ที่ 3.2 พันลบ. (+124% YoY) ปัจจัยหนุนหลักจะมาจาก i) รายได้พุ่งขึ้น 18% YoY จากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีม่วง โครงการเขื่อนหลวงพระบาง และโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย ii) สามารถคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีiii) ต้นทุนการเงินคงที่ iv) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมแข็งแกร่ง (+15% YoY), และ v) กำไรจากการขายโครงการเขื่อนหลวงพระบางราว 814 ลบ. แม้ว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งก็ตาม แต่บริษัทไม่ได้เซ็นสัญญาโครงการใหม่เลยในปีที่ผ่านมา ดังนั้น backlog ณ สิ้นปี 2568 อาจลดลงเหลือ 1.67 แสนลบ. จากราว 2.00–2.10 แสนลบ. ณ สิ้นปี 2567
แนวโน้มปี 2569F ขึ้น 11% ที่ 2.5 พันลบ.
ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F ขึ้น 11% ที่ 2.5 พันลบ. เป็นนัยว่ากำไรปกติจะเติบโตราว 1% แต่กำไรสุทธิ จะลดลง 24% YoY หลังคาดจะไม่มีกำไรจากการขายเงินลงทุน บนสมมติฐานของรายได้ปี 2569F จะเติบโต 5% ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ 7.5% และสัดส่วน SG&A-to-sale ที่ 5.4% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอาจลดลง 8% YoY ผลจากแนวโน้มกำไรของ CKP อาจชะลอลงจากฐานสูงปี 2568 ขณะเดียวกันฝ่ายวิจัยมองเชิงบวกต่อโครงการภาครัฐใหม่ที่อาจเปิดประมูลช่วง 2H69 โดยเฉพาะโครงการภายใต้รูปแบบ PPP เช่น ทางด่วน M9, M5, โครงการกระทู้–ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต และโครงการทางด่วนยกระดับรวมมูลค่าราว 1.22 แสนลบ.
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 20.60 บาท อิงจาก PE ที่ 14x (-1SD) เทียบเท่าระดับของ Sino-Thai Engineering & Construction (STECON.BK/STECON TB)* จากเดิม 13.10 บาท อิง PE ที่ 10x (-1.5SD) ดังนั้น ปรับเพิ่มคำแนะนำ CK ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากถือ
Risks : ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย การปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำขึ้น