โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ทลายแก๊งสแกมเมอร์วิดีโอคอลขู่โอนเงิน เหิมสั่งเหยื่อเอาเงินสดไปให้เกือบ 10 ล้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 08.02 น.

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งสแกมเมอร์ วิดีโอคอลขู่โอนเงิน เหิมสั่งเหยื่อเอาเงินสดไปให้เกือบ 10 ล้าน ตามรวบจีนเทาพร้อมยึดทรัพย์-อายัดคริปโต

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายชายรายหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากค่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าผู้เสียหายเปิดซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ผู้อื่นไปใช้ทำผิดกฎหมาย แล้วแจ้งว่าให้ผู้เสียหายรีบแจ้งความหากไม่ได้กระทำผิดจริง

จากนั้นมิจฉาชีพได้แนะนำให้แอดไลน์เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม มีการแชทคุยและวิดิโอคอลผ่านบัญชีไลน์หลายครั้ง ทุกครั้งที่พูดคุยคนร้ายจะข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายเล่าเรื่องดังกล่าวให้คนอื่นฟังเด็ดขาด จากนั้นจึงเริ่มหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ตรวจสอบ 2 ครั้ง รวม 175,834 บาท

ต่อมา คนร้ายเปลี่ยนแผนโดยสั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งมอบแทน โดยสั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งให้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น วางเงินสดไว้หน้าบ้าน หรือ ส่งมอบที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายจะคอยควบคุมสั่งการผ่านการโทรวิดีโอคอลตลอดเวลา ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินสดให้คนร้ายอีกจำนวน 7 ครั้ง เป็นเงิน 9,040,000 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 9,215,834 บาท

วันต่อมา คนร้ายได้สั่งให้ผู้เสียหายส่งมอบเงินสดเพิ่มอีกจำนวน 100,000 บาท ผู้เสียหายจึงเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท. จึงนำทีมวางแผนจับกุมกรณีดังกล่าว โดยซ้อนแผนตกลงกับคนร้ายให้ผู้เสียหายวางเงินสดไว้ท้ายรถยนต์เพื่อส่งมอบกันบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว กทม. กระทั่งคนร้ายหลงกลสวมชุดดำสะพายกระเป๋าเป้สีดำสวมหน้ากากอนามัย เดินทางมารับเงินสดเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม

จากการจับกุม ทราบว่าชายที่มารับเงินสด อายุ 27 ปี สัญชาติจีน เจ้าหน้าที่ได้ซักถามข้อมูลและสืบสวนขยายผลจนทราบว่าคนร้ายได้รับว่าจ้างด้วยสกุลเงินดิจิทัล USDT จากชาวจีนรายหนึ่ง โดยสั่งการผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมให้มารับเงินสดตามจุดต่างๆ จากนั้นจะนำเงินไปมอบให้แก่ชาวจีนอีกคน มีที่พักอยู่ ถนนเย็นจิต เขตสาทร กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ จากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบ พบว่ามีการนำเงินจากบัญชีม้าที่ได้จากผู้เสียหายไปซื้อทองคำ แล้วนำทองคำไปขายทันที แล้วนำเงินที่ได้จากการขายทองคำไปส่งมอบให้หัวแก๊งชาวจีนรายนี้ ก่อนที่เงินสดจะถูกแปรสภาพเป็นสกุลเงินดิจิทัล เพื่อฟอกเงินและตบตาเจ้าหน้าที่ โดยกระทำการในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

จากการขยายผล บุกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ถนนเย็นจิต จับกุมชายชาวจีนดังกล่าวซึ่งเป็นระดับหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์รายสำคัญ จำนวน 2 ราย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวงดังกล่าว พร้อมทั้งสามารถอายัดคริปโต ตรวจยึดอุปกรณ์เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องการกระทำความผิดได้หลายรายการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...