“อังกฤษ” คว่ำบาตรกองเรือเงาน้ำมันรัสเซีย ชุดใหญ่สุดตั้งแต่ต้นสงคราม
"อังกฤษ" ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเครือข่ายบริษัทและท่อส่งน้ำมันของรัสเซีย รวมกว่า 175 แห่ง เพื่อบีบรายได้พลังงานที่ใช้สนับสนุนสงครามในยูเครน
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อกองเรือเงา (shadow oil fleet) ของรัสเซีย เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรายได้จากพลังงานที่ถูกนำไปใช้สนับสนุนสงครามในยูเครน
กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า สหราชอาณาจักรได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบริษัท 175 แห่งในเครือข่าย 2Rivers พร้อมทั้งคว่ำบาตร PJSC Transneft หนึ่งในบริษัทท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีบทบาทในการขนส่งน้ำมันมากกว่า 80% ของการส่งออกน้ำมันรัสเซียทั้งหมด การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในวันครบรอบ 4 ปีของการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบของรัสเซีย
รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ Yvette Cooper กล่าวว่า มาตรการครั้งนี้เป็นการดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อขัดขวางแหล่งเงินทุน อุปกรณ์ทางทหาร และรายได้ที่หล่อเลี้ยงการรุกรานของรัสเซีย พร้อมระบุว่าเป็นชุดมาตรการที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงแรกของสงคราม
รายงานของ Bloomberg เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเปิดเผยว่า เครือข่าย 2Rivers ซึ่งเชื่อมโยงกับนักค้าชาวอาเซอร์ไบจาน เอทิบาร์ เอยูบ และทาฮีร์ การาเยฟ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้น้ำมันดิบรัสเซียหลายร้อยล้านบาร์เรลยังคงถูกส่งออกได้ แม้เผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ
เครือข่ายบริษัทนอกอาณาเขตดังกล่าว ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า Coral เติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มาตรการคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2567 จะกระทบความสามารถในการดำเนินงานอย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายทนายของการาเยฟเคยปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ Rosneft และระบุว่าเขาไม่ได้มีส่วนในกิจกรรมด้านปิโตรเลียมตั้งแต่ปลายปี 2565 ส่วนตัวแทนของบริษัทในเครือของเอยูบยังไม่ให้ความเห็น
แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมของเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ธนาคาร บริษัทประกัน และผู้ให้บริการมืออาชีพในโลกตะวันตกหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจด้วย ส่งผลให้เครือข่ายต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงขึ้น ใช้เส้นทางขนส่งที่ยาวและซับซ้อนกว่าเดิม และต้องยอมขายน้ำมันในราคาต่อบาร์เรลที่ต่ำลง
กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษระบุด้วยว่า มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศตลอดช่วงที่ผ่านมา ได้ตัดรายได้ของรัสเซียไปแล้วราว 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับงบประมาณสำหรับทำสงครามได้อีกประมาณ 2 ปี
อ้างอิง : bloomberg.com