โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ทูตอิหร่าน" ประณามสหรัฐฯ-อิสราเอลละเมิดอธิปไตย เตือน "เปิดกล่องแพนโดร่า" สั่นคลอนเสถียรภาพโลก ยันตอบโต้จนกว่าการรุกรานยุติ

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 14:30 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนัสเซเรดดิน ไฮดารี (H.E. Mr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้แถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงจุดยืนต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เกิดการรุกรานระลอกใหม่ที่ไม่มีการยั่วยุและไม่มีความชอบธรรมต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรา 2 (4) ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง

โดยระบอบอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาได้จงใจมุ่งเป้าโจมตีไปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐสมาชิกสหประชาชาติ นั่นคือ ท่านผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน อายะตุลลอฮ์ เซเยด อาลี คาเมเนอี ซึ่งการกระทำที่ขี้ขลาดนี้ถือเป็นการก่อการร้ายที่จู่โจมหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการเปิด "กล่องแพนโดร่า" (สำนวน: จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่อาจย้อนกลับได้) ที่เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพของระบบโลก

ทั้งนี้ ท่านผู้นำสูงสุดยังเป็นบุคคลทางศาสนาที่ได้รับความเคารพจากชาวมุสลิมหลายสิบล้านคนทั่วโลก การโจมตีครั้งนี้จึงมีผลกระทบที่รุนแรงและผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อสิทธิโดยชอบธรรมของอิหร่านในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

นอกจากนี้ นายนัสเซเรดดินยังได้เปิดเผยข้อมูลความสูญเสียจากการโจมตีพลเรือนที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังโรงเรียน โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือ "ชะฮีด" แล้วเกือบ 800 ราย โดยโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจที่สุดคือการทำลายโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมีนับ จังหวัดฮอร์โมซกัน ส่งผลให้นักเรียนหญิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตถึง 165 คน

นอกจากนี้ยังมีการโจมตีในพื้นที่อื่นๆ เช่น ทางตะวันออกของเตหะราน เมืองเอบแย็ก จังหวัดกัซวีน อาคารสภาเสี้ยววงเดือนแดง รวมถึงการยิงขีปนาวุธใส่ย่านที่พักอาศัยหนาแน่นในจังหวัดคุลสิสถานทางตะวันตกของประเทศในช่วงวันที่ 2 และ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งอิหร่านถือว่าสิ่งเหล่านี้คืออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่สหประชาชาติต้องเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

เอกอัครราชทูตไฮดารีเน้นย้ำว่า การรุกรานครั้งนี้ถูกจัดฉากขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการเจรจาเหล่านั้นเป็นเพียง "ปฏิบัติการหลอกลวง" โดยมีการตัดสินใจโจมตีอิหร่านไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงที่นายเนทันยาฮูเดินทางเยือนสหรัฐฯ

พร้อมวิจารณ์ว่าแม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะประกาศนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" แต่ในความเป็นจริงกลับให้ความสำคัญกับอิสราเอลเป็นอันดับแรก และพร้อมจะสละเลือดเนื้อของทหารอเมริกันเพื่อเป้าหมายของระบอบอิสราเอล ทั้งที่อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสหรัฐฯ

โดยอิหร่านรู้ดีถึงเจตนาอันเลวร้ายของสหรัฐมาตลอดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แต่ยอมเข้าสู่การเจรจาตามกระบวนการระหว่างประเทศ เพื่อพิสูจน์ว่า "ชนชาติอิหร่านไม่มีความทะเยอทะยานในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์"

ขณะนี้อิหร่านจึงตกอยู่ใน "สภาวะสงครามเต็มรูปแบบ" และเผชิญกับภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของชาติ จึงจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยพละกำลังและความเด็ดเดี่ยวจนกว่าการรุกรานจะยุติลง

ในการตอบคำถามสื่อมวลชน นายนัสเซเรดดิน ไฮดารี ได้ปฏิเสธข้อมูลจากสื่อตะวันตกที่ระบุว่ารัฐบาลอิหร่านใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง โดยชี้แจงว่าเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นการแทรกแซงและจัดฉากจากภายนอก ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมทั้งขอให้ชาวไทยอย่าหลงเชื่อข่าวสารด้านเดียวจากสื่อตะวันตกเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่านมีความลึกซึ้งยาวนานกว่า 420 ปี

สำหรับประเด็นความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านยืนยันว่าเป็นผู้ดูแลสันติภาพในการเดินเรือมาโดยตลอด แต่เมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่อความอยู่รอด อิหร่านย่อมจำเป็นต้องใช้ศักยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์และอำนาจต่อรองที่มีเพื่อปกป้องตนเอง

ส่วนประเด็นความปลอดภัยของชาวไทยในอิหร่าน ท่านทูตยืนยันว่าไม่มีพลเมืองไทยได้รับบาดเจ็บ โดยขณะนี้มีชาวไทยประมาณ 200 คนอาศัยอยู่ในอิหร่าน ซึ่งทางการอิหร่านกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศของไทยและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางออกผ่านชายแดนตุรกี อาเซอร์ไบจาน หรือเติร์กเมนิสถาน ซึ่งคาดว่ารัฐบาลไทยอาจส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารับที่ตุรกีหากมีจำนวนครบ 100 คน

ขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านประมาณ 160 คน ตกค้างอยู่ในประเทศไทยเนื่องจากสายการบินมาฮาน แอร์ ไม่สามารถทำการบินได้จากสถานการณ์สงคราม ซึ่งทางสถานทูตฯ กำลังประสานขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยเพื่อหาทางพาคนกลุ่มนี้กลับประเทศเช่นกัน

นอกจากนี้ ท่านทูตยังได้ชี้แจงถึงความกังวลเรื่องการลอบวางระเบิดหรือการตอบโต้ในกรุงเทพฯ โดยยืนยันว่าอิหร่านไม่มีปัญหากับชาวยิวและเคารพความหลากหลายทางศาสนา พร้อมปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กราดยิงในเท็กซัสตามที่สื่อบางแห่งพยายามโยง รวมถึงเตือนเรื่องปฏิบัติการ "False Flag" หรือการจัดฉากสถานการณ์จากฝ่ายตรงข้ามเพื่อป้ายสีอิหร่านว่าทำร้ายประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมุสลิม

ในด้านการบริหารประเทศหลังจากเกิดเหตุการณ์กับท่านผู้นำสูงสุด ท่านทูตระบุว่ารัฐธรรมนูญอิหร่านได้กำหนดขั้นตอนการจัดตั้งสภาชั่วคราวเพื่อดูแลประเทศไว้แล้ว และยังไม่มีการยืนยันการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ตามที่มีกระแสข่าว ท้ายที่สุด เอกอัครราชทูตไฮดารีย้ำว่าเป้าหมายสุดท้ายของสหรัฐฯ และอิสราเอลคือการแบ่งแยกอิหร่านให้แตกสลายเหมือนยูโกสลาเวียในอดีต แต่อิหร่านจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยจนถึงเลือดหยดสุดท้ายจนกว่าการรุกรานจะยุติลง

และได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกตระหนักถึงการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหวังว่ารัฐบาลไทยจะช่วยสื่อสารไปยังสหรัฐฯ และอิสราเอลให้หยุดยั้งสงครามครั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงเศรษฐกิจและราคาน้ำมันในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...