AOT ยกเครื่องปั้นกำไร“สงคราม”ยังไม่กระทบ
#AOT #ทันหุ้น – AOT เดินหน้าขยายคอขวด–ปรับโครงสร้างรายได้ เน้นแก้คอขวด หนุนสายการบินเพิ่มความถี่เปิดเส้นทางใหม่ ปูทางโตเด่นปี 2569/2570 เร่งเครื่องสู่ศูนย์กลางการบินต่อเนื่อง ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้มีเที่ยวบินยกเลิกบ้าง แต่ยังไร้ผลกระทบกับการจัดตารางหน้าร้อน (Summer Schedule)ยัน 6 ท่าอากาศยานเปิดบริการตามปกติ
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดแผนปี 2568/2569 (ต.ค. 2568 – ก.ย.2569) เป็นปีที่ทาง AOT เดินหน้า ปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงาน เพื่อให้ปี 2569/2570 (ต.ค.2569 – ก.ย.2570) เป็นปีที่ผลจากการปรับโครงสร้างสะท้อนในรายได้และกำไรเต็มปี ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญในการเร่งการเติบโต คือ การแก้ปัญหาคอขวดด้านบริการภาคพื้น (Ground Handling) ผ่านการเปิดทางให้มีผู้ให้บริการรายที่ 3 เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบิน
เมื่อศักยภาพภาคพื้นเพิ่มขึ้น สายการบินจะสามารถเพิ่มความถี่และเปิดเส้นทางใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) และค่าธรรมเนียมการลงจอดและจอดเครื่องบิน ซึ่งเป็นรายได้หลักของธุรกิจการบิน (Aero)
ในด้านการลงทุน AOT ปรับแนวทางสู่การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดลำดับโครงการที่สามารถเปิดให้บริการและสร้างรายได้ได้เร็วขึ้น ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม เพื่อให้เงินลงทุนแปลงเป็นรายได้และผลตอบแทนได้รวดเร็วกว่าเดิม ควบคู่กับเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่ขยายตัวขึ้น ระหว่างรอการลงทุนตามแผนการขยาย – เพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานที่ต้องใช้เวลาอีก 4-5 ปีเป็นอย่างน้อย
“การสร้างรายได้ในระยะสั้นปรับค่า PSC, เจรจาขยับสิทธิ์จองเวลา(Airport Slot) ของสายการบิน, มีผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสายการบิน ระยะกลางนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเพิ่มศักยภาพการให้บริการผู้โดยสารทั้งขาเข้า – ขาออก ระยะยาวกางแผนการลงทุนมาพิจารณาโครงการไหนที่ควรลงทุนก่อน – หลังเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับความสามารถ ฯลฯ ต้องพิจารณาให้รอบด้าน”
@นำร่องส่วนต่อขยาย
สำหรับความคืบหน้าโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ปรับลดวงเงินงบประมาณมาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ล่าสุดได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาและอยู่ระหว่างรอบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เบื้องต้นคาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในปีนี้
“โครงการ East Expansion สะท้อนแนวทางการลงทุนรูปแบบใหม่ของ AOT ที่เน้นความรวดเร็วและความคล่องตัว โดยมุ่งเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานจากระดับราว 65% ให้ขยับสู่ช่วง 70–75% เพื่อรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้มากขึ้นในระยะสั้น ขณะที่ West Expansion อยู่ในแผนขยายขีดความสามารถระยะถัดไป”
นางสาวปวีณา ย้ำว่าการยกระดับ AOT สู่การเป็นศูนย์กลางการบิน กลยุทธ์สำคัญคือการพัฒนาประสิทธิภาพผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งความร่วมมือด้านการวางแผนพัฒนาเส้นทางบินและขยายเครือข่ายการเชื่อมต่อเส้นทางการบินเชื่อมต่อทั้ง Long-Haul และRegional Routes และเพื่อให้มีเที่ยวบินต่อเครื่อง (Transit/Transfer) เป็นจำนวนมาก
ความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo Hub), Free Trade Zone / คลังสินค้าทันสมัยรองรับอีคอมเมิร์ซและซัพพลายเชนระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนา Airport City / Aerotropolis รอบสนามบินปรับโครงสร้างรายได้ทั้งธุรกิจการบิน (Aero) และรายได้นอกการบิน (Non-Aeron) ให้สมดุล
@ จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
สำหรับผลกระทบต่อสถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ส่งผลให้สายการบินบางส่วนที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT ทั้ง 6 ท่าอากาศยานมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 134 เที่ยวบิน แบ่งเป็นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก 59 เที่ยวบิน, ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ เบื้องต้นการยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวเกิดจากสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดตารางการบินฤดูร้อนที่จะเริ่มเมษายนนี้
“จากการติดตามและประเมินสถานการณ์พบว่ามีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง เช่น สายการบิน El Al Israel, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad, Gulf Air , World2fly และ Thai Air Asia X เป็นต้น”