โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘นักเศรษฐศาสตร์’ วิเคราะห์วิกฤตอิหร่าน 5 ปัจจัยชี้ชะตาเศรษฐกิจไทย 3 ฉากทัศน์ สำคัญ

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

4มี.ค.2569- ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

[วิกฤตอิหร่าน กับ ความเสี่ยง stagflation]

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นข่าวการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน แล้วอาจจะสงสัยว่า "ก็แค่ปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ" อีกรอบ เหมือนตอน Hamas บุกอิสราเอล สหรัฐโจมตีศูนย์พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน หรือสหรัฐบุกเวเนซูเอล่า ซึ่งต้องบอกว่าแทบไม่มีผลกระทบอะไรต่อเศรษฐกิจโลกเลย

ทำไมรอบนี้โลกถึงน่ากังวลกันนัก ทั้งที่ปกติเหตุการณ์ความไม่สงบในอดีต มักจะกระทบเศรษฐกิจโลกแค่ชั่วคราว

คำตอบคือ: รอบนี้มี "จุดยุทธศาสตร์" มันต่างออกไป
ตราบใดที่สงครามไม่กระทบปริมาณ (supply) และราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยก็แทบไม่ได้รับผลกระทบ
แต่รอบนี้เป้าหมายและผลกระทบเกิดจากช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเปรียบเสมือนคอขวดสำคัญของพลังงานโลก และส่งผลกระทบลูกโซ่มาถึงเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำไมรอบนี้ถึง "น่ากังวลเป็นพิเศษ"? อิหร่านเริ่มดำเนินการปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาขู่มาหลายครั้ง ไม่เคยทำได้สำเร็จและไม่เคยทำมาก่อนในระดับนี้ ผลที่ตามมาคือ:
Supply พลังงานโลกหายวับ: น้ำมันดิบและก๊าซ LNG กว่า 1 ใน 5 ของโลก หายไปจากตลาดทันที
และไทยพึ่งพาจุดนี้มหาศาล: เราพึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบนี้สูงถึง 60% และ LNG อีกกว่า 20% ของที่ใช้ในประเทศ

5 ปัจจัยชี้ชะตาเศรษฐกิจไทยที่ต้องจับตา
นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว ผลกระทบจะลามไปถึงเสาหลักเศรษฐกิจอื่นๆ ของไทยด้วย:

1. ช่องแคบจะปิดนานแค่ไหน?: แม้สหรัฐฯ คงจะต้องพยายามเข้าจัดการ แต่หากยืดเยื้อ ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยเรือจะพุ่งจนต้นทุนพลังงานแบกไม่ไหว

2. โครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมัน: หากการตอบโต้ลามไปทำลายโรงกลั่นท่อส่งน้ำมัน ท่าเรือ หรือแท่นขุดเจาะ จะทำให้ Supply โลกหายไปแบบ "ไม่ชั่วคราว" ตอนนี้ก็เห็นโรงกลั่นซาอุ และท่อส่งน้ำมันกันแล้ว

3. การท่องเที่ยว (โดนเต็มๆ ในระยะสั้น): * ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น: ต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่พุ่งสูงจะสะท้อนไปที่ราคาตั๋วทันที

นักท่องเที่ยวหาย: กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่เป็นกลุ่มกำลังซื้อสูงจะไม่สามารถเดินทางมาได้ และบรรยากาศความขัดแย้งทำให้คนทั่วโลกชะลอการเดินทาง

4. การค้าและค่าเดินเรือ: ค่าระวางเรือจะพุ่งสูงขึ้นทันทีจากความเสี่ยงและเส้นทางที่ต้องอ้อมไกลขึ้น กระทบต่อต้นทุนสินค้าส่งออกและนำเข้าของไทย รวมถึงการค้าโลกที่อาจชะลอตัวจากกำลังซื้อที่ลดลง

5. ใครจะมาแทนน้ำมันที่หายไป?: OPEC เพิ่มกำลังการผลิตหลักแสนบาร์เรลต่อวัน ไม่สามารถชดเชย 21 ล้านบาร์เรลต่อวันที่หายไปได้ ความหวังสำคัญคือการระบายน้ำมันสำรอง (SPR) ของสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อกระเป๋าเงินคนไทย

ปัญหาสำคัญคือไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดในภูมิภาค (6% ของ GDP)
หากน้ำมันสูงกว่ากรณีฐาน 10% และค้างสูงทั้งปี (หวังว่าจะไม่นะครับ) จะฉุด GDP ไทย และดุลการค้าประมาณ 0.5% กระทบต่อค่าเงินได้เลย และเงินเฟ้ออาจจะปรับตัวขึ้น กลายเป็น stagflation shock ที่น่ากังวล ในภาวะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ไม่ดีเลย

และภาระของการคลังของรัฐคงทะยานสูงขึ้น หนี้กองทุนน้ำมัน เราเพิ่งจะบริหารจนหนี้แสนล้านกลับมาเป็นบวกได้ไม่กี่เดือน หากต้องกลับไปอุดหนุนราคาอีกครั้ง หนี้ก้อนโตจะกลับมาทันที
นี่ยังไม่นับค่าไฟ ที่คงตรึงไม่อยู่แน่ ถ้าราคา LNG ขึ้นเยอะๆ

มองไปข้างหน้า: 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) สำคัญ
คงมีฉากทัศน์ทางการเมืองและการทหารเต็มไปหมด ที่ยากเกินกว่าจะวิเคราะห์ แต่ผมคง focus ที่ผลกระทบต่อ supply และราคาน้ำมันเป็นหลัก เพราะเป็นช่องทางสำคัญที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก

- จบเร็ว (Regime Alteration): จบในไม่กี่สัปดาห์ เช่นได้รัฐบาลใหม่ที่ยอมทำตามสหรัฐ ช่องแคบ Hormuz กลับมาเปิดได้ น้ำมันคงพุ่งสั้นๆ แล้วกลับมาที่ $60-$70 (ไทยรอดตัว)

- ยืดเยื้อแต่ไม่รุนแรง: การสู้รบจำกัดวงแต่ช่องแคบปิดบ้างเปิดบ้าง ความเสี่ยงค้างสูง น้ำมันค้างอยู่ที่ $70-$90 (ไทยเหนื่อยหนัก)

- รุนแรงและบานปลาย: สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ ทำลายโครงสร้างพลังงาน น้ำมันทะลุ $100++ (ปัญหาเศรษฐกิจระดับโลก)

บทสรุป: แม้เราจะหวังให้เรื่องนี้จบเร็ว แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รอบนี้กระทบไทยทั้งราคาพลังงาน การท่องเที่ยว และการค้าต่างประเทศ วางแผนรับมือกันดีๆ ครับ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...