โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคาน้ำมันโลก” ปรับขึ้นทะลุ 1 ดอลลาร์ หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบอุปทาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 03.13 น.

"ราคาน้ำมันโลก" ปรับขึ้นทะลุ 1 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางจะกระทบต่อการผลิตและการส่งออกพลังงานของภูมิภาค

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 08.58 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ในวันพุธ (5 มี.ค.) หลังสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อการผลิตพลังงานในตะวันออกกลางและทำให้การส่งออกจากภูมิภาคหยุดชะงัก

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent crude) เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 1.4% อยู่ที่ระดับ 82.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปิดตลาดในวันอังคารที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1.1% อยู่ที่ 75.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปิดที่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

สถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากกองกำลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทั่วอิหร่านเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนการผลิตน้ำมันเกือบ หนึ่งในสามของโลก

ด้านอิรัก ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของกลุ่มโอเปก (OPEC) ได้ลดกำลังการผลิตลงเกือบ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและการขาดเส้นทางส่งออก เจ้าหน้าที่เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า หากการส่งออกยังไม่กลับมาดำเนินการได้ อิรักอาจต้องหยุดการผลิตที่เหลือเกือบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะเดียวกันอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ หนึ่งในห้าของปริมาณการค้าพลังงานโลก ที่ต้องผ่านเส้นทางนี้ ส่งผลให้การเดินเรือในช่องแคบดังกล่าวแทบหยุดชะงักเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน หลังอิหร่านโจมตีเรืออย่างน้อย 5 ลำ

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวขึ้นรุนแรงมากนัก หลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐอาจเริ่มปฏิบัติภารกิจ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีความจำเป็น ซึ่งช่วยจำกัดแรงปรับขึ้นของราคาน้ำมันในตลาด

ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าได้สั่งการให้ U.S. International Development Finance Corporation จัดทำโครงการประกันความเสี่ยงทางการเมืองและการค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย

อย่างไรก็ตามเจ้าของเรือและนักวิเคราะห์หลายรายตั้งคำถามว่า มาตรการคุ้มกันทางทหารและการประกันความเสี่ยงดังกล่าวจะเพียงพอในการฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดหรือไม่

ในขณะเดียวกัน หลายประเทศและบริษัทพลังงานเริ่มมองหา เส้นทางขนส่งและแหล่งพลังงานทางเลือก โดย อินเดียและอินโดนีเซีย ระบุว่ากำลังเร่งหาแหล่งพลังงานอื่น ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในจีนเริ่มหยุดการผลิตชั่วคราวหรือเลื่อนแผนซ่อมบำรุงให้เร็วขึ้น

แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า ซาอุดีอารามโค (Saudi Aramco) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย กำลังพยายามปรับเส้นทางการส่งออกบางส่วนผ่าน ทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ในสหรัฐ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังเพิ่มขึ้น 5.6 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลของแหล่งข่าวในตลาดที่อ้างตัวเลขจาก สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.3 ล้านบาร์เรล โดยตัวเลขอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐมีกำหนดประกาศในวันพุธนี้

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...